เกิดจากความว่างของผมมันทำให้เกิด Blog ส่วนตัวของผมเองครับ อย่างน้อยๆก็เอาไว้เก็บข้อความดีๆ ถ้าบทความถ้ามี Credit ผมก็จะให้ Credit นะครับ แต่บางบทความผมก็ก็อปมานนานแล้ว จำไม่ได้ยังไงผมก็ขอโทษด้วยนะครับ ผมหวังว่าบางที มันอาจเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนก็ได้นะครับ ^^ ผมจะพยาม update มันบ่อยๆนะครับ (ไร้สาระเยอะน่อย -..- )
 

Psi - Wheel

0 ความคิดเห็น
การขยับสิ่งของนั้นในเวป psi-ball ก็มีสอนอยู่ครับเค้าเรียก telekinesis หรือ TK เข้าเวปแล้วกดตรงหมวด article จะมีให้เลือกอยู่

ที่อ่านวิธีฝึก TK มาคร่าวๆ จะฝึกโดยใช้ psi-wheel ซึ่งก็คือกระดาษสี่เหลี่ยมจตุรัสที่วางอยู่บนเข็ม
แล้วพยายามทำให้มันหมุนให้ได้โดยไม่ใช้ลม

แต่ไอตัว psi-wheel เนี่ยมันทำให้ผมสงสัย เพราะมันเป็นของเล่นวิทยาศาสตร์ที่ใช้หลักการความร้อนอะ
แล้วมันไปเกี่ยวกับการเรื่องนี้ได้อย่างไรก็ไม่ทราบ

ผมนำวิธีฝึกคร่าวๆมาให้อ่านหละกัน

1. ทำจิตให้ว่าง จะใช้วิธีการนั่งสมาธิก็ได้
2. ตั้งจิตให้เป็นหนึ่งเดียวกับ psi-wheel
3. ตั้งสมาธิไว้และพยายามเคลื่อนไหว psi-wheel เหมือนขยับหรือหมุนได้ก็ให้จดจำความรู้สึกไว้

--> นี่เป็นวิธีฝึกคร่าวๆที่อ่านมาครับ ที่เค้าโชว์ใน clip มีทั้งขยับ รีโมท สมุด มือถือ นาฬิกา
โม้หรือเปล่าไม่รู้ แล้วแต่วิจารณญาณครับ



Credit : www.dmc.tv
CosZ MosS : อยากทำได้บ้างอะ - - แบบนี้อะ(ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เริ่มจะท้อละ)

Psi - Ball

0 ความคิดเห็น
พลังจิตเบื้องต้น

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยรู้จักหรือใช้พลังจิตมาก่อน พลังจิต เป็นสิ่งลี้ลับที่คนทั่วไปไม่สามารถใช้ได้นอกจากผู้ที่มีการฝึกจิต (เเบบที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถทำได้) จนแก่กล้าแล้วเท่านั้น จึงสามารถใช้พลังจิตได้
แต่รู้ไหมครับ คนที่ใช้พลังจิตได้แล้วโดยเฉพาะผมเองไม่คิดอย่างนั้น

พลังจิต นั้นแท้ที่จริงเป็นเรื่องธรรมดามากๆคนธรรมดาทั่วไปทุกคน (และผมหมายถึงคุณด้วย!) เกิดมาพร้อมศักยภาพในการใช้พลังจิตอยู่แล้วครับ เหมือนกับที่คนปกติทุกคนเกิดมาพร้อมกับศักยภาพที่จะสามารถขับรถหรือพูดภาษาอังกฤษได้นั่นแหละครับ ซึ่งในทางกลับกันถ้าเราไม่เคยพูดภาษาอังกฤษมันก็พูดไม่ได้หรือไม่ได้พูดนานๆสักสิบปีมันก็พูดไม่ได้
พลังจิตก็เหมือนกันแหละครับ ถ้าเราไม่เคยใช้ หรือไม่ได้ใช้นานๆ มันก็ใช้ไม่ได้ แค่นั้นเองจริงๆ ซึ่งความจริงแล้วถ้าคุณยังไม่เคย ผมกำลังจะให้คุณลองใช้พลังจิตตอนนี้เลย พร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมแล้ว ไปเลย!

1. นั่งหลังตรง ทำใจให้สบาย ผ่อนคลาย
2. หายใจช้าๆ ลึกๆ เบาๆ นุ่มนวล
3. ค่อยๆเอานิ้วชี้มือขวาแตะที่กลางฝ่ามือซ้าย ลองสังเกตความรู้สึกที่กลางฝ่ามือที่ถูกแตะ มันจะยังไม่พบอะไรเป็นพิเศษตรงนี้ไม่ต้องกังวล
4. ค่อยๆเปลี่ยน เอานิ้วชี้ซ้ายแตะที่กลางฝ่ามือขวาลองสังเกตความรู้สึกที่กลางฝ่ามือที่ถูกแตะ เช่นกัน
5. เอามือมาใกล้ๆกันคล้ายกับประคองลูกบอล (ตามรูปนี้)






ให้มือห่างกันประมาณ 1 ฟุต ลองสังเกตความรู้สึกที่กลางฝ่ามือแล้วค่อยๆ เอามือเข้าใกล้กันช้าๆ สังเกตความรู้สึกที่กลางฝ่ามือเสมอ คุณอาจรู้สึกคล้ายสัมผัสอะไรจางๆ บางคนอาจรู้สึกถึงความร้อน ความหนา หรือบางคนอาจรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว

ยินดีด้วย คุณได้ใช้พลังจิตสำเร็จไปแล้ว!! ในวงการเราเรียกสิ่งนี้ว่า PSI BALL

เห็นไหมครับ พลังจิตไม่ยาก...เอ่อ เอาล่ะ ที่ยากมันก็มีครับ แต่ที่ผมอยากให้คุณรู้ในครั้งแรกนี้ก็คือ ทุกคนสามารถใช้พลังจิตได้ คุณสามารถใช้พลังจิตได้ ก่อนที่จะบอกคุณว่าพลังจิตคืออะไร ผมอยากให้คุณรู้ว่า พลังจิตไม่ใช่ปาฏิหาริย์ เท่านั้นแหละ

เอาล่ะ ผมยังไม่ลืมหรอกครับ บทนี้ชื่อว่า พลังจิตคืออะไร ครับผมคงอธิบายได้แล้ว พลังจิตก็คือความสามารถตามธรรมชาติของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นจากศักยภาพของจิตครับ แค่นั้นเอง หมายความว่าถ้ามีคนอ่านใจคนอื่น เขากำลังใช้พลังจิต ถ้ามีคนมองเห็นพลังออร่า เขากำลังใช้พลังจิต ถ้ามีคนมองเห็นเพื่อนคุณที่อยู่คนละจังหวัดกับคนที่ทำการมอง เขากำลังใช้พลังจิต ถ้ามีคนใช้เวทย์มนต์คาถา เขากำลังใช้พลังจิต ถ้ามีคนกำหนดเหตุการณ์ให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ เขากำลังใช้พลังจิต

โดยเฉพาะอันสุดท้าย การกำหนดให้สิ่งต่างๆเป็นไปตามที่เราต้องการ เป็นพลังจิตครับ ที่จริงทุกคนเคยใช้พลังจิตมาแล้วทั้งนั้นเวลาเราสอบ เรากำลังใช้พลังจิตทำให้ตัวเราทำข้อสอบได้ เวลาเราเตะฟุตบอล เรากำลังใช้พลังจิตทำให้เราเตะได้ดี แต่พวกเราไม่รู้ว่านั่นเป็นพลังจิต เราไม่รู้ว่าเรากำลังใช้พลังจิตได้แล้ว เราเลยไม่เคยพัฒนาพลังจิตแบบต่างๆนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในสายตาของคนทั่วไป พลังจิตอาจแบ่งออกไปได้อีกหลายอย่าง เช่น การอ่านใจ การรักษา การบังคับวัตถุ การมองเห็นในระยะไกล การหยั่งรู้อนาคต หูทิพย์ ตาทิพย์ สัมผัสทิพย์ การสะกดจิต ฯลฯเหล่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นพลังจิตครับ และผมหวังว่า บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและอาจจะสามารถทำสิ่งเหล่านี้ ‘พลังจิต’ได้ ซึ่งผมจะอธิบายต่อไปแบบ Step by Step

สรุป
1. พลังจิตไม่ใช่ปาฏิหาริย์ มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะใช้พลังจิตได้
2. พลังจิตฝึกได้ พัฒนาได้ และลืมได้

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.psipog.net/show.php?id=4

Credit : www.mythland.org
CosZ MosS : รู้สึกได้จริงๆนะลองดูสิ หรือคิดไปเองหว่า

การควบคุมความฝัน

0 ความคิดเห็น

การควบคุมความฝัน หรือ สภาวะฝันที่ชัดแจ้ง (lucid dreaming)

นิยามของ Lucid dreaming คือ สถาวะที่คนเรา สามารถที่จะรู้สึกตัว และตระหนักได้ว่าตนเองนั้นอยู่ในความฝัน ในขณะที่ตัวเองฝันอยู่ ทำให้สามารถควบคุมความฝันของตนเองได้ เช่น เมื่อเรากำลังฝันร้าย พบสิงโต ถ้าสามารถควบคุมความฝันได้ ก็จะสามารถเปลี่ยนสิงโตที่ดุร้าย เป็นแมวเชื่องๆ ได้ แล้วก็จะไม่พบกับฝันร้ายอีกต่อไป ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี และนอนเต็มอิ่ม

สำหรับ lucid dreaming นี้ นาย Stepen LaBerge ซึ่งเป็นนักเขียน และนักทดลองชื่อดัง ได้อธิบายไว้สั้นๆ ว่า

เป็นสภาวะ "ที่คุณสามารถฝัน ในขณะที่รู้ว่าตัวคุณเองกำลังฝันอยู่" (ฝันในฝัน?)

มีคำถามมากมายเกี่ยวกับ lucid dreaming และก็เกี่ยวกับสภาวะที่เรียกว่า "ความฝัน" ของมนุษย์ LaBerge และคณะ ได้เรียกกลุ่มคนที่ได้พยายามหาวิธีที่จะควบคุมความฝันว่า Oneironauts หรือ ตามภาษากรีกว่า "dream explorers" หรือ ผู้ท่องเที่ยวไปในความฝัน มีกลุ่มคนหลายกลุ่มที่สนใจเกี่ยวกับเรื่อง lucid dreaming เช่น นักจิตวิทยา, นักเขียน, นักวิทยาศาสตร์, ศิลปิน และ คนทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม แต่ละกลุ่ม ก็มีนิยาม และมีวิธีการเข้าถึง lucid dream ที่แตกต่างกัน และไม่ค่อยจะเหมือนกันเลย ไม่มีใครเข้าใจชัดเจนถึงกลไลที่จะทำให้เกิด lucid dreaming ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นศาสตร์ที่ต้องหลักฐานวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม และรอการพิสูจน์จากนักวิทยาศาสตร์ในอนาคต

การเข้าถึงสภาวะ lucid dreaming

สิ่งที่สำคัญ และดูเหมือนจะเป็นประเด็นหลักของการทำ lucid dreaming ก็คือ การรู้สึกตัว และมีสติอยู่เสมอ เมื่อกำลังหลับอยู่ ถ้าเมื่อไหร่ ที่สามารถจะรู้ตัวเองได้ ในความฝัน ว่านี่แหละฉันกำลังอยู่ในฝัน ฉันฝันไป และสามารถจะเปลี่ยนแปลงควบคุม ความฝันได้ นั่นแหละ คุณก็กำลังอยู่ในสภาวะ lucid dreaming แล้ว

มีคนจำนวนหนึ่งที่ได้อ้างว่า ตัวเองเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับ lucid dreaming มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ในวัยเด็ก" แต่สำหรับคนทั่วไปแล้ว การจะเข้าสู่สภาวะ lucid dreaming ได้เป็นประจำ แม้ว่าจะมีการฝึกฝนอย่างดี ด้วยเทคนิคต่างๆ นั้น กลับเป็นเรื่องที่ยาก และก็ไม่ได้แปลว่าจะเกิดขึ้นทุกๆ วัน

แต่ถึงกระนั้น ก็มีทีมวิจัยจากหลากหลายสถาบัน พยายามที่จะพัฒนาเทคนิคที่จะทำให้คนเราสามารถควบคุมความฝันได้ โดยหนึ่งในนั้นก็คือกลุ่มวิจัยจากมหาวิทยาลัย Standford และ สถาบันวิจัย Lucidity ของนาย LaBerge ในปัจจุบันไม่มีผลสรุปที่แน่ชัดว่าการฝึกฝน lucid dreaming เป็นประจำ นั้นจะมีผลเสียต่อร่างกาย และจิตใจหรือไม่ นอกจากนั้นก็ไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่า การเข้าถึงสภาวะ lucid dreaming จะทำให้เสียผลประโยชน์ของการฝันธรรมดา ด้วยหรือไม่? โดยนักจิตวิทยาบางท่าน ได้กล่าวว่า การฝันธรรมดา นั้นจะทำให้เกิดการเข้าใจตัวเอง (self-understanding) ได้ดีกว่าการทำ lucid dreaming

การจดจำความฝันของตนเอง (dream recall) ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักผจญภัยความฝัน (lucid dreamer) หวังว่าจะสามารถทำได้คล่องแคล่ว เพราะว่าการจดจำความฝันนั้นเอง เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเรียนรู้การเข้าถึงสภาวะ lucid dreaming สิ่งที่นักผจญภัยความฝันทำเป็นประจำนั้นก็คือ การจดความฝันของตัวเองลงในสมุดบันทึก เป็นประจำ ในทันทีหลังจากตื่นขึ้น

ความสามารถในการประสบสภาวะ lucid dreaming นั้น นักวิจัยกล่าวว่าขึ้นกับ

•บุคคลเอง ซึ่งบางคนสามารถมีสภาวะ lucid dreaming ได้ดีกว่าคนอื่นๆ
•การทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถจะทำได้เกิดสภาวะ lucid dreaming ได้ง่ายขึ้น
•เทคนิคเหนี่ยวนำ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป


เทคนิคที่ใช้โดยทั่วไป

วิธีทดสอบสภาวะความเป็นจริง (Reality Testing)

วิธีนี้จะใช้ทดสอบว่ากำลังฝันไปหรือไม่ โดยในความฝัน ผู้ฝันจะพยายามที่จะจดจำ "เวลาในนาฬิกา" หรือ "ข้อความในหนังสือ" ในความฝัน ซึ่งจากผลการเฝ้าสังเกตนั้น นักผจญภัยความฝันพบว่า "เวลาในนาฬิกา" และ "ข้อความในหนังสือ" นั้น มักจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ซึ่งจะแตกต่างจากความเป็นจริง ซึ่งถ้าพบว่าดูข้อความในหนังสือเล่มเดียวกัน หรือ ก้มลงดูนาฬิกาในเวลาที่ไม่แตกต่างกัน แล้วพบว่าข้อความในหนังสือ และหรือ เวลาเปลี่ยนไป ก็ให้รู้ว่าคุณอยู่ในความฝันแล้ว นอกจากนี้ยังมีการมองภาพของตัวเองในกระจก ซึ่งก็มีการกล่าวอ้างว่า ในความฝันนั้น คุณจะไม่สามารถมองหน้าตัวเองในกระจกได้ชัดเจน เหมือนในความเป็นจริงเลย

วิธีการสังเกตเครื่องหมายแสดงถึงความฝัน (Dream Signs)

การทดสอบอีกวิธีหนึ่งก็คือการสังเกต "สัญลักษณ์ความฝัน" เช่น ถ้าคุณพบช้างสีชมพูกำลังเดินพาเหรด หรือกระทั่งคุณกำลังคุยกับสุนัขตัวโปรดอยู่ นั่นแหละ "คุณกำลังฝันไป"

วิธีเทคนิคเหนี่ยวนำ (Mnemonic Induction)

วิธีนี้จะใช้ความตั้งใจในการสังเกตเครื่องหมายแสดงถึงความฝัน (dream signs) เวลาที่กำลังใกล้จะหลับ

วิธีเหนี่ยวนำโดยการกลับไปนอนใหม่ (Wake Back To Bed Induction technique (WBTB))

วิธีนี้ผู้ฝันจะกลับไปนอนใหม่ หลังจากที่ตื่นขึ้น โดยจะทำการวิเคราะห์ความฝันที่ได้ฝันในเมื่อครู่เป็นเวลาสัก 1 ชม. แล้วก็กลับไปนอนใหม่ ซึ่งนักผจญภัยความฝันได้กล่าวว่าจะเกิดสภาวะ lucid dreaming ได้ง่ายขึ้น

วิธีเหนี่ยวนำด้วยเข้าสู่สภาวะ lucid dreaming ในฉับพลัน (Waking Induction of Lucid Dreaming (WILD))

WILD เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด โดย ผู้ทดสอบจะพยายามเข้าสู่สภาวะ lucid dreaming ทันที โดยการพยายามทำตัวเองให้อยู่ในสภาวะ "hypnagogic" ซึ่งอยู่ในเส้นแบ่งระหว่างการหลับ กับไม่หลับ หรือสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ถ้าผู้ทดสอบสามารถอยู่ในสภาวะดังกล่าวได้ ก็จะสามารถควบคุมความฝันได้ โดยรู้ว่ากำลังอยู่ในความฝันอยู่ โดย นักผจญภัยความฝันกล่าวไว้ว่า มีขั้นตอน 3 ขั้นตอน ที่จะทำให้อยู่ในสภาวะนี้ได้ นั่นคือ


•ผ่อนคลาย (Relax)
•พยายามทำตัวให้มีสติ (Stay awake)
•แล้วก็เข้าสู่ความฝัน (Enter your dream)
จากการทดสอบพบว่า วิธีนี้จะใช้ดีที่สุดในตอนกลางวัน เพราะตอนกลางคืน ผู้ทดสอบมักจะผลอยหลับไปซะก่อน

สิ่งที่ผู้ผจญภัยความฝันมักจะทำ เมื่ออยู่ในสภาวะ lucid dreaming

•บิน (flying) นักผจญภัยความฝันทุกคน มักจะฝันว่าตัวเองอยู่ในสภาวะที่ไร้แรงดึงดูด หลายๆ ท่านบอกว่าเขาสามารถบินได้ แล้วก็บินไปอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน บางท่านบินด้วยความเร็วแสง ซึ่ง สามารถแซงชนะ UFO แบบไม่มีความเฉื่อย
•เปลี่ยนแปลง (transforming) บางท่านพบว่า สามารถจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง สัตว์ หรือสิ่งของ ชนิดหนึ่ง เป็นสัตว์หรือสิ่งของชนิดอื่นๆ ได้ บางท่านฝันว่าตัวเองสามารถมองได้ 360 องศา หรือมีโซน่าแบบค้างคาว เป็นต้น

สำหรับ lucid dreaming นั้น ท่านผู้รู้ได้ให้ทรรศนะว่า

"การที่จะควบคุมความฝันได้นั้น ผู้ฝันจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายฝันเสียก่อน จึงจะสามารถควบคุมความฝันได้"

แหล่งข้อมูล
http://en.wikipedia.org/wiki/Lucid_dreaming


Credit : www.dmc.tv
CosZ MosS : ผมทำได้ตั่งแต่เด็กๆแล้วนะครับ พอดีเจอข้อมูลเลยเอามาฝากทีแรกก็ไม่กล้าบอกใครเดียวหาว่าบ้าอะนะ - - ตั่งแต่นั้นมาผมก็เล่นอยู่ในฝันเหมือนผมเป็นพระเจ้าเลยคิดอะไรก็มีอย่างนั้นจนบางครั้งลืมตัวว่าฝันอยู่ตอนนี้ผมเลยชอบฝันมากๆเลยครับ ผมว่ามันอยู่ที่สติของเรามากกว่า เพราะบางที่ผมก็นึงว่าเป็นความจริงเลยคุมไม่ได้ อิอิ ตอนนี้ก็พยายามนั่งสมาธิบ่อยๆอยู่ครับ ตอนกลางวันก็ตั่งใจเรียนตอนกลางคืนก็เล่นอยู่ในฝัน - - เหมือนได้เล่นเกมส์เป็นพระเจ้าทั้งคืนเลยครับยิ่งกว่า GTA อีก อิอิ ตอนแรกผมนึกว่าผมบ้าไปซะแล้ว 555+ สิ่งที่ทำได้ในฝันในปัจจุบัน -เดินบนอากาศ -กระโดดบนอากาศหลายๆชั้น -ทะลุกำแพง -ทำให้คอื่นมองไม่เห็น -หายตัวจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง -ควบคุมผู้อื่น -บิน -ฯลฯ
CosZ MosS : ผมเคยลองคิด เล่นๆ ว่าเราจะสามารถโทรจิตได้ไหม ผมจึงทดลองกับความฝัน เพราะมันน่าจะง่ายที่สุด พอผมฝัน ผมก็คิดถึงเพื่อนสนิดของผมคนนึง ภาพรอบๆตัวก็หายไป แล้วก็เห็นเพื่อนสนิต บริเวณรอบๆเป็นสีดำ ก็เลยไปคุยกับเพื่อน เพื่อนผมตกใจมาก ผมก็อธิบายเกี่ยวกับการทดลอง และก็บอกว่า ถ้าทำได้จริงบอกผมที่โรงเรียนด้วย แล้วพอผมไปโรงเรียน เพื่อนผมก็บอกว่าไม่ได้ฝันอะไรเลย ผมจึงคิดว่าความฝันนั้น เราไม่ได้ลอยไปไหน แต่เราอยู่ในจิตของเราเอง อะนะ

Asteroid Impact

0 ความคิดเห็น


(กรุณาเปิดเต็มจอเพื่อความมันส์-..-)


Credit : www.youtube.com
CosZ MosS : Video จำลองอุกกาบาตชนโลกนะคิดไรมาก ดูแล้วน่ากลัวดี พอดีเจออะนะ คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก - -

ทำไมลูกไก่จึงข้ามถนน?

0 ความคิดเห็น
Albert Einstein:
หือ.. คุณทราบได้ไง ว่าลูกไก่ข้ามถนนหรือถนนเคลื่อนที่ลอดลูก ไก่กันแน่?

Isaac Newton:
1. ไก่ที่อยู่กับที่ ก็พยายามจะอยู่กับที่
ไก่ก็เคลื่อนที่ก็มีแนวโน้มจะข้ามถนน
2. มันถูกผลักโดยไก่ตัวอื่น
3. มันถูกดึงโดยไก่ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถนน

Stephen Hawkings:
มันถูกกำหนดมาตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดบิกแบงแล้ว!

Charles Darwin:
เพราะนั่นเป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลหลังจากที่มันลงจาก ต้นไม้แล้ว ลูกไก่ตัวที่เหมาะสมที่สุดจะข้ามถนน

Bill Gates:
การที่ลูกไก่ข้ามถนนไปนั้น ไม่ใช่นโยบายของ ไมโครซอฟต์แม้แต่น้อย ขณะนี้ไมโครซอฟต์ได้อุดช่องทางที่ ลูกไก่เล็ดรอดออกไปเรียบร้อยแล้ว

Linus Torvald:
ถนนก็เหมือนกับ sex ยิ่งข้ามฟรียิ่งดี ทำไมลูกไก่จะไม่ข้าม

อคิมีดีส:
ถ้าหาคานยาวๆและจุดหมุนที่เหมาะสมให้ลูกไก่ได้ล่ะก้อ มันก็จะไม่ต้องลำบากเดินข้ามถนนเองร๊อก..

John F. Kenedy:
อย่าถามว่าลูกไก่จะข้ามถนนหรือไม่ แต่จงถามว่าถนนจะยอมให้ลูกไก่ข้ามหรือป่าว

เติ้งเสี่ยวผิง:
จะไก่ดำหรือไก่ขาวก็ไม่สำคั ขอให้ข้ามถนนได้สำเร็จก็พอ

นายพลแมคอาเธอร์:
Chickens shall return!

Neil Armstrong:
ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ก้าวเล็กๆของลูกไก่ตัวหนึ่ง แต่มันเป็นก้าวกระโดดที่ยิ่งให่ของมวลหมู่ลูกไก่ทั้งหลาย

นโปเลียน:
ลูกไก่เดินข้ามถนนได้ด้วยท้อง

โธมัส เอลวา เอดิสัน:
ถึงลูกไก่จะข้ามถนนไม่สำเร็จในความพยายยามหนึ่งพัน ครั้ง แรก ก็ไม่ได้แปลว่ามันล้มเหลวโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยๆ ลูกไก่ก็รู้วิธีที่จะข้ามถนนไม่ สำเร็จ ตั้งหนึ่งพันวิธีแน่ะ

จูเลียส ซีซ่าร์:
ลูกไก่ไม่ได้ข้ามถนนเสร็จในวันเดียว

จิวยี่:
ฟ้าส่งให้ลูกไก่มาเกิด ใยต้องให้มีถนนมาขวางหน้าด้วย!

มาร์กซ์ :
ลูกไก่ธรรมดาต้องใช้แรงงานในการเดิน ส่วนลูกไก่ศักดินา ซีพี กับได้นั่ง รถขนไก่ไป ลูกไก่กรรมาชีพ จงลุกขึ้นปฏิวัติ

มหาตมะ คานธี:
ถึงผมจะไม่เห็นด้วยกับการที่ลูกไก่จะข้ามถนน แต่ผมยินดีที่จะ สละชีวิตของผม เพื่อปกป้องสิทธิของลูกไก่ในการที่จะข้ามถนน

ผู้พันแซนเดอร์ แห่ง KFC :
เราคัดเลือกไว้แต่ไก่เนื้อพันธ์ดี รุ่นกระทง ลูกไก่เล็กๆ เราไม่สนใจจะเอามาทำ เราจึงปล่อยมันเดินข้ามถนน

เจ้าสัวธนินทร์ เจียรวรานนท์ :
อย่าคิดแค่ว่าเป็นลูกไก่ข้ามถนนสิ แต่ที่นี่ CPF เราคิดว่า มันเป็นเส้นทางตัดผ่าน โรงอาหารของคนทั้งโลก

ทักษิน :
ผมไม่รู้ ว่าลูกไก่มันข้ามถนนทำไม แต่ถึงการข้ามถนนนี้จะผิด มันก็เป็นความผิดโดยสุจริต ไร้เดียงสา

ชวน หลบภัย:
อัน นี้ตามหลักการ ถ้า ลูกไก่ จะข้ามถนน มันก็เป็นสิทธิอันชอบธรรม ของลูกไก่ ที่สามารถ ทำได้ภายใต้กรอบ บัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นะคะรับ

เฉลิม ฝั่งธน:
ไหนๆๆนาย ลูกไก่ตัวไหนที่จะเดินข้ามถนน มันอยู่สังกัดไหนหือออออ อ๋อลูกไก่คอกเดลินิวส์เหรอ เลวๆๆๆๆ นายตัวนี้เลว

น้าหมัก ชมภู่:
ผมว่านะ นายลูกไก่ นี่ถ้ายังขืนปล่อยให้มันเดินข้ามถนนอย่างนี้ตายแหงๆ ผมกะว่า ปีงบประมาณหน้าผมจะใช้เงิน สองร้อยแปดสิบสี่ล้านสามแสนสองหมื่นเจ็ดพันแปดสิบสี่บาท ทำอุโมงค์ ลอดถนนยาว สามสิบสองเมตร เจ็ดสิบแปดเซนติเมตร ให้มันเดินรอด อย่างนี้พวกคุณว่ามันปลอดภัยกว่ามั้ย ล่ะ

บิ๊กจิ๋วหวานเจี๊ยบ:
โถๆ หนู ลูกไก่ที่ไหนกันข้ามถนน ไม่มีหรอก ที่หนูเห็นน่ะมันแค่ออกมาเดินเล่นริมถนนเท่านั้นแหละจ้ะ

คลินตัน :
No. I didn't not have sexual relationship with that chicken!

เผ่าอินเดียนแดง :
ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ลูกไก่จะทำไม่ได้

ขงจื๊อ :
เพราะบรรพบุรุษของมันข้ามถนนมาก่อนหลายชั่วไก่

เหลาจื๊อ :
ถ้าถนนนั้นมีชื่อล่ะก็ สิ่งที่ลูกไก่ข้ามก็ไม่ใช่ถนน

จางจื๊อ :
จริงๆ แล้ว ข้าฯ เป็นลูกไก่ที่กำลังฝันว่าเป็นคนรึเปล่านะ

โจโฉ :
ข้าฯ ยอมให้ลูกไก่ข้ามถนน ดีกว่าให้ถนนข้ามลูกไก่

'รงค์ วงษ์สวรรค์ :
นาทีนั้น นางไก่สาวกำดัด กำลังสะดิ้งกาย ย้ายฝ่าเท้าลามเลียไปตามถนนสายพิศวาส สำออย !!!

บาซู :
ชูไม้ชูมือ ส่ายสะดือเจี๊ยบไปเจี๊ยบมา

Liverpool :
Chicken will never walk across the steet alone.

Anonymous(0) :
คงเป็นเพราะว่าลูกไก่เพิ่งดื่มเหล้า Red Label มามั้งครับมันเลย " Just walking "

Yoda :
Use his force, the chicken did. and you!, what about you, young jedi?
you must control your mind.....

Arnold Schwartzenegger :
He'll be back!

กาลิเลโอ :
พวกท่านมีใครเคยลองหาปริมาตรของลูกไก่หรือยัง ถ้ายัง - ลองไปอาบที่เจ้าพระยาสิ ท่านจะได้ความคิดดีดี

Vincent Van Gogh :
That chicken can cross the street without any ear(pinna), so do I.

การทางพิเศษ :
ตลอดเวลาหลายสิบปี การทางพิเศษได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อสานฝันให้กับทุกย่างก้าวของลูกไก่ บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว
ที่ลูกไก่ จะต้องข้ามถนนเพื่อต่อเส้นทางการเดินของมัน...ให้ยาวไกลยิ่งขึ้น นี่ไม่ใช่การเพิ่มภาระหรือทรมาน แต่เป็นการกำหนดหน้าที่ในการเดินทางรูปแบบใหม่ ซึ่งลูกไก่...ไม่เคยรู้

Credit : www.thaireaderclub.com

ทฤษฎีซานต้าคลอส

0 ความคิดเห็น
ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสวิจัยบ้าๆ บอๆ ฉบับหนึ่ง ตีแผ่ความจริงเชิงฟิสิกส์ของซานต้าคลอสเอาไว้ว่า



1) ไม่มีใครรู้จักกวางเรนเดียร์พันธุ์ไหนที่บินได้ มีสิ่งมีชีวิต 3 แสนชนิดที่เราจัดประเภทไว้ ส่วนมากเป็นแมลงและสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำพวกพวกเชื้อโรค แต่ในนั้นก็ไม่ได้บัญญัติไว้ชัดเจนนี่ว่า กวางเรนเดียร์ที่มีอยู่น่ะ บินไม่ได้ และซานต้าเท่านั้นแหล่ะที่เคยเห็นมันบิน
(สมมุติฐานนี้กล่าวว่า กวางเรนเดียร์บินได้มีอยู่จริง การที่เราไม่เคยเห็นกวางเรนเดียร์บิน เพราะมันอาจจะขี้เกียจบินให้เราเห็นก็ได้ การที่เราเห็นกวางเราเดียร์เดินบนดิน ไม่ได้หมายความว่า มันบินไม่ได้สักหน่อย 555)

2) ในโลกมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ประมาณ 2 พันล้านคน แต่ซานต้าไม่ต้องให้ของขวัญเด็กที่เกิดในศาสนาอิสลาม ฮินดู ยิว พุทธ ดังนั้น จึงมีเด็กที่ไม่ต้องให้ของขวัญ 378 ล้านคน (15%) และจากการประมาณ ครอบครัวหนึ่งมีบุตรเฉลี่ย 3.5 คน ซึ่งคิดเป็นจำนวนบ้านที่ซานต้าต้องไปส่งของขวัญ จำนวน 91.8 ล้านหลัง คาดไว้ว่าหนึ่งครอบครัวต้องมีเด็กดีสักคนอย่างน้อย (ซานต้าเอาของขวัญไปให้เฉพาะเด็กดี -- เวปนี้ไง ฮา)

3) ซานต้ามีเวลาในการส่งของขวัญ 31 ชม เนื่องจากช่วงต่างของเวลาและการหมุนของโลก สมมุติให้ซานต้าเดินทางส่งของขวัญจากด้านทิศตะวันออกไปตะวันตก ดังนั้นซานต้าต้องแวะส่งของขวัญด้วยอัตรา 822.6 ครั้งต่อวินาที (ของขวัญจะนอนสงบใต้ต้นคริสต์มาส และถุงเท้า เฉพาะคืนคริสต์มาสอีฟ)

บนสมมติฐานว่าแต่ละหลังมีเด็กดี 1 คน ซานตาต้องใช้เวลาภายใน 0.01 วินาทีในการทำเรื่องต่อไปนี้
- ลงจอดบนหลังคา
- ลงจากรถเลื่อน
- กระโดดลงปล่องไฟ
- ใส่ของขวัญในถุงเท้า
- วางของขวัญไว้ใต้ต้นคริสมาส์ต
- ทานของกินเล่น
- ปีนขึ้นปล่องไฟ
- ขึ้นไปนั่งบนรถเลื่อน และไปบ้านหลังถัดไป

หากสมมติว่ามีบ้าน 91.8 ล้านหลังที่ต้องส่งของขวัญทั่วโลก (ตัวเลขใช้ในการสมมติเท่านั้น) หากระยะทางจากบ้านแต่ละหลัง ห่างกัน 0.78 ไมล์ ซานตาจะใช้ระยะทางทั้งหมด 75.5 ล้านไมล์ ไม่นับการหยุดเพื่อทำธุระส่วนตัวภายในช่วงเวลา 31 ชั่วโมง เช่น ทานอาหาร, อื่นๆ

ดังนั้นรถเลื่อนจะต้องมีความเร็ว 650 ไมล์ต่อวินาที (3000 มัค) หากจะเปรียบเทียบแล้ว พาหนะที่เร็วที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้นคือ the Ulysses space probe เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 27.4 ไมล์ต่อวินาที
และกวางเรนเดียร์ทั่วไปมีความเร็วสูงสุด 15 ไมล์ต่อชั่วโมง

4) น้ำหนักของเลื่อนก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ สมมติให้เด็กแต่ละคนได้ของขวัญเป็นตัวต่อเลโก(กล่องขนาดกลาง 2 ปอนด์) เลื่อนจะต้องบรรทุกสิ่งของรวม 321,300 ตัน ไม่รวมซานต้าที่อ้วนเกินพอดี

เรนเดียร์ทั่วๆ ไปสามารถลากสิ่งของที่หนักไม่เกิน 300 ปอนด์ แม้ว่าเรนเดียร์ที่บินได้ (ในข้อ 1) จะสามารถลากสิ่งของได้ 10 เท่าของปกติก็ตาม เรายังต้องการเรนเดียร์ถึง 214,200 ตัว และนี่ก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน ยังไม่ได้พูดถึงน้ำหนักเลื่อนอีก 353,430 ตัน น้ำหนักนี้หนักเป็น 4 เท่าของเรือเดินสมุทธ Queen Elizabeth.

5) พิจารณาที่มวล 353,000 ตัน วิ่งด้วยความเร็ว 650 ไมล์ต่อวินาที จะสร้างแรงต้านอากาศสูงมหาศาล จะทำให้เกิดความร้อนที่ตัวเรนเดียร์ในระดับเดียวกับยานอวกาศในขณะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ กวางเรนเดียร์คู่หน้าจะต้องทนรับพลังงาน 14.3 QUINTILLION (14.3 x 10^18) จูลส์ต่อวินาที

ในระยะสั้นพวกมันจะระเหิดเป็นไอทันที และเกิดลูกโซ่ต่อเรนเดียร์ตัวที่อยู่ข้างหลัง และทำให้เกิดโซนิคบูม เรนเดียร์ทั้งหมดจะระเหิดไปภายในเวลา 0.00426 วินาที ในขณะที่ซานต้าจะถูกแรงกระทำ 17,500.06 เท่าของแรง G ซานต้าที่น้ำหนักตัว 250 ปอนด์ (ค่อนข้างผอม)จะถูกผลักจนล้มไปบนเลื่อนด้วยน้ำหนัก 4,315,015 ปอนด์


สรุป
ถ้าซานตาเคยส่งของขวัญให้เด็กๆในคริสต์มาสปีก่อน ตอนนี้เขาตายแล้ว



มีสาระ (จริงๆเรอะ??)

Credit : www.dek-d.com
CosZ MosS : ถึงว่าสิ! ไม่เจอ....

10 ข้อกับความซวยของผู้ชาย

0 ความคิดเห็น
1.มีแฟนหลายคน - เจ้าชู้

มีแฟนคนเดียว - กลัวแฟนล่ะซิ

ไม่มีแฟน - เกย์

2.เห็นผู้หญิงแล้วเดินเข้าไปจีบ - หน้าหม้อ

เห็นผู้หญิงแล้วมองตาม - มัวแต่มองจะได้กินมั้ย

เห็นผู้หญิงแล้วเฉยๆ - เกย์

3.มีแฟนแก่กว่า - จะเกาะเค้ากินล่ะสิ

มีแฟนอ่อนกว่า - หลอกเด็ก -*-

มีแฟนอายุเท่ากัน - แม้แต่เพื่อนยังไม่เว้นเลย คิดดูๆ

4.มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับแฟน - มันเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน

มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับเพื่อน - มันเห็นเพื่อนดีกว่าแฟน

มีแฟนแล้ว ตกเย็นกลับบ้านคนเดียว - มันแอบมีชู้

5.ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้หญิง - คิดเกินเพื่อน

ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้ชาย - นี้แอบเกย์

ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทชายหญิง - ... หมู่(คิดเอาเองนะ ^^;)

6.ขอจูงมือแฟนตอนกลางวัน - ไม่เอานะอายเค้า

ขอจูงมือแฟนตอนเย็นๆ - ยังไม่ค่อยมืดเลยนะคะ ไว้ก่อนนะ

ขอจูงมือแฟนตอนกลางคืน - เดี๋ยวมันต้องไปมีอะไรกันแน่ๆ (แหะๆ *-*)

7.เดินนำแฟนเข้าห้าง - นายรู้จักคำว่า Lady first มั้ย??

เดินเข้าห้างให้แฟนเดินเข้าก่อน - มันปล่อยให้แฟนมันเปิดประตูให้

เดินเข้าห้างเปิดประตูแล้วให้แฟนเดินเข้าไปก่อน - โคตรเว่อเลยว่ะ (ไม่ค่อยมีหรอกอย่างเนี่ย)

8.เป็นหัวหน้าครอบครัว - เผด็จการ

มีอะไรต้องปรึกษาแฟน - ไม่กล้าตัดสินใจ

ให้แฟนเป็นหัวหน้าครอบครัว – กลัวเมีย (ซะงั้นไป ไม่ได้กลัวแต่เกรงใจ - -)

9.แฟนไม่สวย - หาได้แค่เนี้ยเรอะ

แฟนหน้าธรรมดาๆ - ก็งั้นๆ แหละว้า

แฟนสวย - ไม่สมกันเล้ย

10.ผู้ชายนิสัยธรรมดา - น่าเบื่อ

ผู้ชายนิสัยเลว – เลวว่ะ(ส่วนใหญ่ ญ. ชอบ)

ผู้ชายนิสัยดี – เธอดีเกินไป

Credit : th.uncyclopedia.info

เรื่องน่าคิดของผู้ชายที่ไม่มีแฟน ^-^

0 ความคิดเห็น
A : เมื่อวาน ไปงานแต่งงาน พี่ที่ออฟฟิตมา

B : เจ้าบ่าวหล่ออ๊ะเปล่า

A : เจ้าบ่าวไม่สน สนแต่เพื่อนเจ้าบ่าวมากกว่า

B : ต๊าย....ขนาดแต่งงานแล้ว ยังไม่วาย

A : เค้าบอกว่าคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า จริงม๊ยจ๊ะ

B : เราได้ข้อมูลมาว่า ปัจจุบันอัตราส่วนของผู้ชายต่อผู้หญิง คือ 1:7 นะ

A : งั้นผู้ชาย 1 คน สามารถคบผู้หญิงได้ 7 คน เลยซิ ...โอ้ พระเจ้าไม่ยุติธรรมเลย

B : งั้นเธอต้องรีบๆ เลือกนะ เพราะมีอีก 20% ของผู้ชายน่ะ... มีอาการเบี่ยงเบน ทางเพศ และไม่พอใจกับเพศที่มีอยู่

A : งั้น ถ้าปัจจุบัน ผู้ชาย 100 ต่อ ผู้หญิง 700 ก็จะเหลือแค่ 80:700

B : ถูกต้องจ๊ะ แต่โชคร้ายของผู้หญิงยังไม่หมดแค่นั้น เพราะอีก 30%ของผู้ชายปัจจุบัน มีอาการชอบมองผู้หญิงไปวันๆ หรือไม่ก็คบแบบไม่เอาจริงเอาจัง

A : แล้วจะเหลือเท่าไหร่แล้วเนี่ย

B : เหลือ 50:700 แต่ยังมีอีก 10% บวชเป็นพระ หรือ ชอบเข้าวัดเข้าวาไม่สนใจเรื่องพวกนี้

A : ตอนนี้เหลือ 40:700

B : สุดท้ายอีก 10% เป็นพวกประสบอุบัติเหตุจากความประมาท หรือไม่ก็เมาหรือไม่ก็ทะเลาะวิวาท

A : ไม่อยากเชื่อ ว่า เหลือผู้ชายดีๆ แค่ 30:700 มิน่าหล่ะเธอถึงยังไม่มีแฟน

B : ผู้หญิงไม่มีแฟนไม่ต้องคิดมาก แต่ผู้ชายไม่มีแฟนหล่ะซิ .....น่าคิด

Credit : www.thaireaderclub.com

กฎบริษัทขำๆ

0 ความคิดเห็น
ทางคณะผู้บริหารบริษัท มีความยินดีจะแจ้งกฎบริษัทที่เพิ่งจะได้อนุมัติจากคณะกรรมการ หลังจากที่มีการประชุมใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทางคณะผู้บริหารหวังเป็นอย่างยิ่งว่า.. พนักงานทุกคนคงจะยินดีปรีดาไม่น้อยกว่าคณะผู้บริหารเหมือนกัน ..

A: ยวดยานพาหนะ
- ทางบริษัทอยากแนะนำให้พนักงานทุกคนเดินทางมาทำงานโดยใช้ยวดยานพาหนะที่เหมาะสมกับเงินเดือนของตัวเอง
* หากทางบริษัทเห็นว่าพนักงานท่านใดขับรถยนต์ฮอนด้ามาทำงานทางบริษัทก็ตระหนักดีว่า ท่านไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนขึ้นแต่อย่างใดเพราะท่านก็พอมี พอกิน อยู่แล้ว
* หากพนักงานท่านใดที่ขับรถยนต์เก่าเกินกว่า 10 ปี มาทำงาน หรือนั่งรถโดยสารมาทำงาน ทางบริษัท ก็ตระหนักดีว่า ท่านไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนขึ้นแต่อย่างใด เพราะท่านเป็นคนที่มัธยัสถ์และเก็บเงินเก่งอยู่แล้ว
* หากพนักงานท่านใดที่ขับรถยี่ห้ออื่นมาทำงาน ท่านไม่สมควรที่จะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนขึ้นแต่อย่างใด เพราะท่านก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรอยู่แล้ว

B: การลาพักร้อน
พนักงานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะลาหยุดได้ 104 วัน ต่อปี คือวันเสาร์และวันอาทิตย์

C: พักกลางวัน
* พนักงานท่านใดที่ผอมสลิม สแลนเดอร์ จะได้รับอนุญาตให้พักเที่ยงได้ถึง 30 นาที เพื่อที่จะได้ทานอาหารอย่างเต็มที่และเต็มอิ่ม

* พนักงานท่านใดที่ดูไม่ผอม ไม่อ้วน กำลังพอดี จะได้รับอนุญาต ให้พักเที่ยง ได้ 15 นาที เพื่อจะได้ไม่มีเวลาทานมากจนเกินไป เดี๋ยวจะอ้วนขึ้นซะเปล่าๆ

* พนักงานท่านใดที่น้ำหนักเกินพิกัด จะได้รับอนุญาตให้พักได้ 5 นาที เพื่อว่าจะได้ดื่มอาหารจำพวกธัญญพืชหรือยาลดความอ้วน

D: การลาป่วย
ทางบริษัทจะไม่ยอมรับใบรับรองแพทย์อีกแล้ว เพราะบริษัทได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงดีว่า หากพนักงานท่านใดป่วยแต่ยังสามารถไปหาแพทย์ได้ ก็สามารถไปทำงานได้เช่นเดียวกัน

E : การใช้ห้องน้ำ
ทางบริษัทได้สังเกต ค้นคว้า วิจัย ออกมาแล้วว่า พนักงานส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับห้องน้ำนานมากก ทางบริษัทจึงได้ติดตั้งเครื่องมือเอาไว้ หากพนักงานท่านใดใช้เวลาเกินกว่า 3 นาที เสียงเตือนระบบไซเรนท์จะดังขึ้น ม้วนกระดาษชำระจะถูกเก็บเข้ากล่อง ประตูจะเปิดออกโดยอัตโนมัติ และพนักงานท่านนั้นจะถูกถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
หากพนักงานท่านใดยังนั่งห้องน้ำ เกิน 3 นาทีเป็นครั้งที่สอง รูปที่ถูกบันทึกไว้จะถูกตีพิมพ์ ส่งไปยังตามบอร์ดต่างๆในทุกแผนกของบริษัท เพื่อเป็นการเตือนผู้ร่วมงานท่านอื่นๆ

F : การผ่าตัด
ตราบใดที่ท่านยังเป็นพนักงานบริษัทอยู่ ท่านไม่สามารถไปผ่าตัดได้ตามอำเภอใจ เพราะทางบริษัทต้องการท่าน และได้รับท่านเข้ามาทำงาน พร้อมกับอวัยวะที่ครบ 32 ประการ หากท่านไปผ่าตัดถือว่าท่านไม่ได้ทำตามสัญญาและข้อตกลงที่ได้ให้ไว้

G : การใช้ INTERNET
การใช้เน็ตจะถูกบันทึกไว้ในระบบของบริษัท หากทางบริษัทเห็นว่า
ท่านใช้เน็ตเป็นการส่วนตัว ทางบริษัทจะหักค่าใช้จ่ายนี้จากโบนัสประจำปีของท่าน (ถ้ามี) และหากในปีนั้นไม่มีโบนัสประจำปี ทางบริษัทก็จะหักค่าใช้จ่ายนี้จากเงินเดือนของท่านตามบันทึกของระบบ 73% ของพนักงานจะไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 3 เดือน


***PS.. หากพนักงานท่านใด มีข้อสงสัย หรือต้องการจะปรึกษา ก็ให้ติดต่อที่ห้องผู้บริหารได้ทุกเมื่อ (ถ้าอยู่)**

CosZ MosS : ไม่สมัคแน่นนอน - -*

เชื่อมั้ยว่า 1 = 0.999...

0 ความคิดเห็น
A = 0.999... (1)

* เอา 10 คูณทั้ง 2 ข้าง ได้

10A = 9.999... (2)

เอา (2) - (1) 9A = 9

เอา 9 หารทั้ง 2 ข้าง

ฉนั้น A = 1

นั่นไง 1 = 0.999...

CosZ MosS : เห็นเขาบอกว่าไม่เท่านี่ - -" 
10 เมษายน 2553 23.56น. ผมลองคิดเอง 
ผมว่าไม่เท่ากันตรง A = 0.999... (1)
* เอา 10 คูณทั้ง 2 ข้าง ได้ 
10A = ที่จริงต้องได้ 9.999...0 (2) 
เอา(2) - (1) 9A = 8.999...1 
เอา 9 หารทั้ง 2 ข้าง 
ฉนั้น A = 0.999... 
แบบนี้มั้ง นั่นไง 0.999... = 0.999... 
นี่คิดเองจริงๆนะ ไม่รู้ว่าถูกปาว

น้ำ กับ โค้ก

0 ความคิดเห็น
น้ำ กับ โค้ก

ถ้าท่านรู้เรื่องนี้ ท่านจะดื่มน้ำมากขึ้น เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75%

มีงานวิจัยพบว่าในคน 100 คน ที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้คน 80 คนลดอาการปวดหลังปวดข้อลงได้

ดื่มน้ำวันละ 5 แก้วลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ถึง 45 % มะเร็งเต้านมได้ 79% และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้เกือบ 50%

ทีนี้มาลองรู้จักน้ำ “โค้ก” กันหน่อย แน่นอนโค้กรสชาดยอดเยี่ยม

แต่ตำรวจทางหลวงจะบรรทุกโค้ก 2 แกลลอนในช่องท้ายรถเพื่อเวลามีรถชนกันสามารถเอา 'น้ำโค้ก' ล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา

ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน2 วัน

รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วชักโครกกรดซิตริกในโค้กจะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด

ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชนชุมโครเมี่ยมของรถ ให้เอาที่ขัดที่ทำด้วย foil
ชุบโค้ก ขัดสนิมจะออกหมด

ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรดเกลือเกาะขาวๆ
ให้เทน้ำโค้ก ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย

ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที

ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออก ปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล

การล้างคราบไขมันจากเสื้อผ้า ให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณที่จะใส่ในเครื่องซัก ปล่อยให้ซักด้วยเครื่องตามปกติ โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมันได้สะอาดหมดจด

ท่านสามารถผสมโค้ก ลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี

น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด

เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลก ที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า “มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย”

บริษัทขายน้ำโค้ก ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck มานานประมาณ 20 ปีแล้ว

ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง

แปลโดย ศ.กิตติคุณ นพ.เสก อักษรานุเคราะห์
หน่วยงาน : ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
วันที่ลงบทความ 21 เม.ย.45



CosZ MosS : พระเจ้าประทานน้ำเปล่ามาให้เราดื่มแล้ว เรายังจะดื่มน้ำที่ถูกแต่งเติมอีกหรอครับ แต่นานกินทีก็คงไม่เป็นไรนะ - -

20 เรื่องเหลือเชื่อทางวิทยาศาสตร์

0 ความคิดเห็น
1. เส้นเลือดในร่างกายมนุษย์มีความยาวรวม 62,000 ไมล์ ถ้านำมันมาเรียงต่อกันเป็นทางยาวจะได้ความยาว ถึง 2.5 เท่าของเส้นรอบวงโลก

2. The Great Barrier Reef (แนวปะการังที่ยาวทีสุดในโลกบริเวณออสเตรเลีย) เป็นโครงสร้างสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความยา วกว่า 2000 กิโลเมตร

3. โอกาสที่โลกจะถูกโจมตีด้วยอุกาบาตขนาดใหญ่ อยู่ที่ 9300 ปีต่อครั้ง

4. ดาวนิวตรอนขนาดเท่าหัวแม่มือมีน้ำหนักกว่า 100 ล้านตัน

5. พายุเฮอริเคนหนึ่งลูกผลิตพลังงานเท่ากับระเบิดขนาด 1 เมกะตันจำนวน 8000 ลูก

6. คาดว่ามีพยาธิปากขอ ซึ่ึงดูดเลือดเป็นอาหารอยู่ในร่างกายมนุษย์โลกเรา 700 ล้านคน

7. Fred Rompelberg คือผู้ขี่จักรยานด้วยความเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็ ว 166.94 ไมล์ต่อชั่วโมง

8. มนุษย์เราสามารถคิดค้นแสงเลเซอร์ที่มีความสว่างกว่าแ สงอาทิตย์ 1 ล้านเท่า

9. 65% ของผู้ป่วยออทิสติคส์ เป็นคนถนัดซ้าย

10. Finnish pine tree (ต้นสนชนิดหนึ่งในฟินแลนด์) มีความยาวของรากแต่ละต้นรวมแล้วกว่า 30 ไมล์

11. จำนวนเกลือที่อยู่ในน้ำทะเลทัี่วโลกเรา สามารถปกคลุมพื้นผิวทวีปทั่วโลกได้หนากว่า 500 ฟุต

12. กลุ่มแก๊สระหว่างหมู่ดาวในราศีธนู มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์นับหมื่นล้านล้านลิตร

13. หมีขั้วโลกสามารถวิ่งด้วยความเร็ว 25 ไมล์ต่อชัวโมง และกระโดดได้สูงกว่า 6 ฟุต

14. มนุษย์และปลาโลมาสืบสายพันธ์เดียวกันมาตั้งแต่ 60 - 65 ล้านปีก่อน

15. กล้อง infared จับภาพหมีขั้วโลกได้ยากมาก เนื่องจากคุณสมบัติของขนของมัน

16. เฉลี่ยแล้วในหนึ่งปี คนเราจะกินสัตว์จำพวกเห็บลิ้นไร โดยไม่ได้ตั้งใจไป 430 ตัวต่อคนต่อปี

17. รากของต้น Rye(ข้าวชนิดหนึ่งใช้หมักสุรา) สามารถแผ่ขยายไปได้ถึง 400 ไมล์

18. อุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวพุธสูงกว่า 430 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน แต่ลดลงต่ำกว่า ติดลบ 180 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน

19. ภายใน 24 ชั่วโมง ต้นโอ๊กขนาดใหญ่ขับน้ำ(ในรูปของไอน้ำ)ออกมา 10 - 25 แกลลอน

20. ผีเสื้อรับรู้รสด้วยขาหลังของมัน โดยประสาทการรับรู้ทำงานโดยการสัมผัส ทำให้มันรู้ว่าใบไม้และดอกไม้ที่มันสัมผัส มีรสชาติอย่างไรและกินได้หรือไม่

จุดแข็ง-จุดอ่อน 12ราศี

0 ความคิดเห็น
ราศีมังกร (22 ธันวาคม – 19 มกราคม)

จุดแข็ง
1.อ่านคนเก่ง มีลางสังหรณ์แม่นยำ
2.วางตัวดี ยากที่ใครอ่านออก
3.มีอารมณ์ขัน มีวาทศิลป์
4.มีความนอบน้อมถ่อมเคารพผู้อาวุโส
5.มีความซื่อตรงและยุติธรรม
6.รอบคอบ ละเอียดอ่อน
7.ใจบุญสุนทาน มีความรอบรู้ รักพ่อแม่พี่น้องมาก
8.เข้มแข็งแกร่งกล้า แม้จะเป็นคนอ่อนไหวง่าย

จุดอ่อน
1.เจ็บปวดง่าย ยากจะลืมเลือนหรือให้อภัยคนที่ทำร้ายตน
2.ชอบผูกมิตรกับคนแต่ไม่ชอบคบใครจริงจัง
3.ชอบแสดงความสดใสร่าเริง ทั้งที่ในใจรู้สึกโดดเดี่ยว
4.ทนไม่ได้กับการวิพากษ์วิจารณ์หรือการดูถูก
5.ยึดมั่นในหน้าที่ จนไม่มีเวลาใช้ชีวิตแบบที่ ปารถนา
6.ใช้จ่ายเงินเก่ง
7.เชื่อว่าตนเองถูกเสมอ


ราศีกุมภ์ (20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์)

จุดแข็ง
1.มีความเป็นเพื่อนให้ทุกคนอย่างไม่เลือก
2.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคง
3.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่เ คยดับมอด
4.เด็ดเดี่ยว ไม่ท้อแท้
5.กล้าได้กล้าเสีย แก้ปัญหาเก่ง ไม่ตื่นตกใจง่าย
6.รู้จักกาลเทศะ
7.สร้างจุดสนใจได้ดีเสมอ สร้างความประทับใจให้กับทุกคน
8.สุขุมเยือกเย็น ไม่เคยทำอะไรสะเพร่า

จุดอ่อน
1.ต่อต้านกฎเกณฑ์อย่างจริงจัง จนบางครั้งก้าวร้าว
2.ไม่ลงให้ใครง่ายๆ
3.ไม่แสดงความคิดเห็นของตน แต่เก็บเกี่ยวความคิดของผู้อื่น
4.ชอบเสี่ยง ทั้งที่ไม่มีความมั่นใจเลย
5.ไม่ทนกับคนที่ตนคิดว่าไรสาระ
6.ไม่ชอบแสดงออกทางอารมณ์ แม้แต่จะทำสิ่งที่ดีๆให้กับคนที่ตนรัก
7.คาดหวังสูงกับความเป็นคนมีเสน่ห์และเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง
8.ชอบคิด ชอบวางแผน แต่ไม่ชอบลงมือทำ


ราศีมีน (19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม)

จุดแข็ง
1.สามารถดึงเอาความเพ้อฝันมาใช้สร้างสรรค์ได้
2.ปรับตัวได้ดี รู้จักรอมชอม แม้จะฝืนใจตนเองบ้าง
3.วางตัวดี รู้จักพูดจา เป็นผู้ฟังที่ดี
4.ยินดีให้ความร่วมมือกับผู้อื่นแม้จะไม่เห็นชอบด้วยก็ตาม
5.ไม่เรียกร้องความโดดเด่น ไม่ยึดติดว่าตนต้องเป็นผู้นำ
6.มีความอดทน มีศักยภาพที่ไขว้คว้าความสำเร็จ
7.ฉลาดและรู้จักใช้โอกาส

จุดอ่อน
1.อารมณ์เปราะบาง
2.สับสนและเครียดได้สูงเพียงเพราะอารมณ์อ่อนไหวของตน
3.ไม่กล้าทำในสิ่งที่ลึกๆปรารถนา
4.ชอบหลอกตัวเองไม่ยอมรับความจริง
5.พอใจที่จะอยู่ในโลกแห่งจินตนาการมากกว่าโลกแห่งความจริง
6.ชอบหนีปัญหาของตนเอง ทั้งที่สามารถให้คำแนะน ำ ในการแก้ปัญหาของผู้อื่นได้
7.ไม่ชอบงานหนักหรือภาวะที่บังคับให้ต้องรับผิดชอบสูง
8.ขาดมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับชีวิต


ราศีเมษ (21 มีนาคม – 19 เมษายน)

จุดแข็ง
1.มีกำลังใจเข้มแข็ง ไม่ท้อถอยง่ายๆ
2.มีน้ำใจไมตรีต่อคนรอบข้าง
3.รู้จักสร้างความสดชื่นรื่นรมย์อยู่เสมอ
4.เป็นผู้นำที่ดี มีความยุติธรรมและซื่อตรงสูง
5.มีความคิดริเริ่มรักอิสระ
6.วางจุดหมายของตัวเองไว้ทุกระยะ
7.สนใจใฝ่รู้ มุ่งไปที่ความสำเร็จมากกว่าเงิน
8.กล้าสู้ปัญหา ยอมรับความกดดันได้ดี

จุดอ่อน
1.เชื่อแต่ความคิดและมุมมองของตนเอง
2.หลงตนเองต้องการเป็นหนึ่งเสมอ
3.อยากควบคุมความคิดคนอื่น เผด็จการพอตัว
4.บางครั้งก้าวร้าวและไม่ใคร่ตรองให้ลึกซึ้ง
5.อ่านคนไม่เก่ง แต่ชอบแข่งขันและชอบเอาชนะ
6.กลังคนไม่ยอมรับ
7.เก็บเงินไม่เก่ง
8.ไม่ค่อยอดทนไม่ชอบอยู่กับความซ้ำซากเป็นเวลานาน

ราศีพฤษภ (20 เมษายน – 20 พฤษภาคม)

จุดแข็ง
1.มีความบากบั่นสูง ยากที่จะยอมแพ้หรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนของตนเอง
2.เป็นคนมีจิตใจดี ให้เกียรติให้ความสำคัญแก่คนอื่นเสมอ
3.เป็นคนจริงใจ รักมั่นคง รักครอบครัวรักเพื่อน อย่างแท้จริง
4.สามารถเก็บความรู้สึกเกรี้ยวกราดไว้ได้ ยากที่จะแสดงออกว่าไม่พอใจใคร
5.สามารถจัดการชีวิตให้มีระเบียบวินัยอย่างพอเหมาะ
6.เป็นคนมีเหตุผล พูดจริง ทำจริง และไม่ไข่คว้าในสิ่งที่เกินตัว
7.มักไตร่ตรองให้รอบครอบอยู่เสมอ
8.เป็นคนสุภาพนอบน้อม ไม่ใจร้อนวู่วาม

จุดอ่อน
1.คิดและทำอะไรช้า
2.อยากทำตามความคิดตนมากกว่าจะเปลี่ยนแปลงเพราะฟังคนอื่น
3.โกธรได้ง่าย แต่หายยาก
4.ยอมทุ่มเทเงินทองให้กับสิ่งที่ชอบ
5.เจ้าระเบียบ ไม่ชอบให้ใครยุ่งกับคนของตน
6.ไม่ชอบที่จะให้เพื่อนพ้อง พี่น้องชื่นชมใครไปกว่าตน


ราศีเมถุน (21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน)

จุดแข็ง
1.มีความสดใสร่าเริง และมีอารมณ์ขันเสมอ
2.ช่างคิด ช่างสังเกต
3.ฉลาดคิดเร็วตัดสินใจเร็ว และไม่ชอบหยุดนิ่ง
4.ไหวพริบดี สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
5.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีความสามารถในการวางแผน
6.รักการเรียนรู้ สนุกที่จะหาประสบการณ์ ไม่กลัวการเปลี่ยนแป ลง
7.สามารถให้ความช่วยเหลือ คำปรึกษา คำแนะนำแก่คนรอบข้างได้
8.เก็บความรู้สึกดี มักไม่แสดงความรู้สึกโกธรออกมา

จุดอ่อน
1.ขาดความมุ่งมั่นและไม่อดทนไม่มีความหนักแน่น
2.ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตน
3.เป็นคนเบื่อง่าย ขาดความจริงจังทั้งที่เป็นคนมีความทะยาน
4.แม้จะเป็นคนคิดการณ์ไกล แต่ไม่ชอบที่จะทำ มักวางมือเสียง่ายๆ
5.กล้าคิด กล้าทำแต่จริงๆแล้วขาดความรอบครอบ
6.ไม่ตรงต่อเวลานัก ไม่ต้องการความรับผิดชอบสูง
7.ขาดพลังในการควบคุมตน

ราศีกรกฎ (21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม)

จุดแข็ง
1.เป็นคนมีจิตใจดี ไม่เคยคิดเบียดเบียนทำร้ายใคร
2.สนใจเรื่องแสวงหาความมั่นคงในชีวิตความสำเร็จและความก้าวหน้ามากกว่าปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ
3.รักบ้าน รักครอบครัว รักเพื่อน
4.มีความจำดี มีความรับผิดชอบสูง
5.ขยันขันแข็ง ไม่เหลวไหล
6.ยอมรับระบบระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง
7.ยืดหยัดตามลำพังได้ด้วยตัวของตัวเองหากต้องเผชิญกับปัญหา
8.มีความละเมียดละไม ใฝ่หาความสุนทรีในชีวิต

จุดอ่อน
1.อ่อนไหวเกินไป เจ็บปวดง่าย เจ้าอารมณ์
2.ขาดเหตุผลเข้มงวดกับคนใกล้ตัวเกินไป
3.ช่างหวาดระแวงและวิตกกังวลเกินควร
4.บางครั้งก้าวร้าวเพราะยึดมั่นในความคิดของตนเกินไป
5.ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ทั้งที่ไม่คิดจะทำร้ายใครเลย
6.ไม่มีความกล้าได้กล้าเสี่ยงเท่าใด
7.มักมองโลกในแง่ร้ายและตัดสินใจเรื่องราวในแง่ลบเสมอ


ราศีสิงห์ (23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม)

จุดแข็ง
1.เป็นคนใจกว้างและมีน้ำใจ
2.ไม่ดึงตัวเองลงไปในความเครียด รู้จักสร้างความรื่นรมย์ให้ตนเองและคนรอบข้าง
3.เป็นคนที่มีระเบียบในการใช้ชีวิต
4.มีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
5.มีความมั่นอกมั่นใจและเป็นตัวเองสูง
6.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าพูดกล้าทำ กล้าเสี่ยง
7.ไม่หวาดกลัวต่อ การเปลี่ยนแปลง
8.ไม่ยอมล้มเหลวหรือพ่ายแพ้

จุดอ่อน
1.บางครั้งทระนงจนไม่ยอมขอโทษ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด
2.ชอบให้ทุกคนยกย่อง เอาอกเอาใจ ต้องการการยอมรับมากไป
3.ให้ความสำคัญกับการเที่ยวเตร่มากกว่าการมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง
4.การเลือกคบคมมากเกินไปจนดูเหมือนดูถูกคนที่ต้อยต่ำกว่า
5.ชอบโอ้อวดและหน้าใหญ่ในบางครั้ง
6.วู่วามใจร้อนไร้เหตุผล
7.มักเห็นแก่ความต้องการของตนเป็นใหญ่เสมอ
8.กล้าคิดกล้าตัดสินใจแต่ขาดค ว ามรอบครอบ


ราศีกันย์ (23 สิงหาคม – 22 กันยายน)

จุดแข็ง
1.ซื่อสัตย์ภัคดี มีความตั้งใจจริงไม่เอาเปรียบใคร
2.มีความรับผิดชอบสูง ความตั้งใจสูง
3.ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักออมเงิน
4.เก่งกาจในการติดต่อสื่อสาร การคิด การวิเคราะห์และการเก็บรายละเอียด
5.สามารถปรับตัวได้ไม่เบื่อหน่ายมีความอดทนสูง
6.เก่งด้านการจัดการ มีมาตรฐานในชีวิต
7.มีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน

จุดอ่อน
1.ไม่เชื่อถือและไม่วางใจใครเหมือนกับที่คนอื่นวางใจตน
2.เข้มงวด เจ้าระเบียบ จุกจิกจู้จี้
3.มีความบากบั่นสูงแต่บางครั้งก็ดันทุรังโดยไร้เหตุผล
4.ด้วยความสามารถในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้บ่อยครั้งช่างตำหนิติเตียนผู้คน
5.มักมีลับลมคมนัยเก็บความรู้สึกและความคิดที่แท้จริงของตนไว้ไม่แสดงออกมา
6.มักหวังสิ่งตอบแทนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
7.เป็นคนเอาใจยาก


ราศีตุลย์ (23 กันยายน – 22 ตุลาคม)

จุดแข็ง
1.มีมาตรฐานในการใช้ชีวิตของตนเอง รู้จักวางเป้าหมายและวางแผนอยุ่เสมอ
2.ดูแลชีวิตตนเองให้มีความสุขเสมอ
3.มีวาทศิลป์ มีคารมคมคาย รู้จักการเจรจาต่อรองได้เยี่ยม
4.ไม่ทำตัวขวางโลก
5.มีความเป็นผู้นำ
6.อ่อนโยน แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น
7.มนุษย์พันธ์ดีเยี่ยม ค่อนข้างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเอง

จุดอ่อน
1.การตัดสินใจไม่เด็ดขาดเพราะมักเกิดการโลเล ไม่มั่นใจในตนเอง
2.ปรารถนาความเป็นหนึ่งมากจนเกินไป บางครั้งอาจผิดหวังและอิจฉาผู้อื่นได้
3.บางครั้งสุขุมเกินไปจนดูเหมือนเป็นคนเฉื่อยช้า
4.ยึดถือความถูกต้องเป็นใหญ่จนไม่ประนีประนอมให้เกิดความยืดหยุ่นบาง
5.มีความอ่อนไหวน้อยใจมากพอๆกับความยโส


ราศีพิจิก (23 ตุลาคม – 21 พฤษจิกายน)

จุดแข็ง
1.เป็นคนมีระเบียบวินัยและวางมาตรฐานให้กับชีวิตของตนอย่างเคร่งครัด
2.ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในโลกส่วนตัวของตนเอง
3.มีความทรงจำเยี่ยม มีสมาธิดี มีความรับผิดชอบ
4.มี น้ำใจไมตรี ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ชอบการประจบ
5.เป็นคมมีไหวพริบ
6.รู้จักใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ที่สุด
7.มีจุดยืนและเป้าหมายเด่นชัด

จุดอ่อน
1.ค่อนข้างเข้มงวดกับตนเองและคนอื่นมากไป
2.บางครั้งดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในใจและยากที่จะไว้ใจใคร
3.โมโหร้าย หวาดระแวง ยากที่จะประนีประนอม
4.แม้จะไม่ทำร้ายใครก่อน แต่ก็มักจะตอบโต้ด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงอย่างจริงจัง
5.สามารถที่จะลืมความอ่อนโยนกลายเป็นคนก้าวร้าวได้ถ้าไม่พอใจ


ราศีธนู (22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม)

จุดแข็ง
1.มีแนวคิดที่ชัดเจน มีหลักปรัชญาในการดูแลชีวิต
2.มีอารมณ์ขันเสมอ ไม่เครียดง่าย
3.ปรับตัวได้ดีมองการณ์ไกล
4.กล้าเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่เสมอ
5.เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น
6.ตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง

จุดอ่อน
1.เก่งหลายอย่างแต่ไม่มุ่งมั่นซะอย่าง
2.มักเปรียบเทียบตนกับผู้อื่นจนท้อ
3.ตัดสินใจไม่เด็ดขาด ไม่เก่งเรื่องวางแผน
4.เก็บเงินไม่เก่ง
5.ทนไม่ได้หากถูกมองว่าไม่ชื้อ จะก้าวร้าวถ้าไม่ได้ดั่งใจ
6.บางครั้งใจแคบ ไม่รู้จักกาลเทศะ
7.ไว้ใจคนง่าย ชอบโต้คารม ชอบอวดความคิดตน
8.แม้ปัญญาดีแต่ขาดไหวพริบ

CosZ MosS : ตรงมากครับผมราศิธนู- -"

2 คน ที่เราควรคิดถึงมากที่สุดในโลก

0 ความคิดเห็น


โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน ทีวี และสวนหน้าบ้าน มีไว้สำหรับพ่อและแม่


เวลาไม่มีเงิน
คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่

แต่พอมีเงิน
คนแรกที่คิดถึงคือแฟนและเพื่อน

อยากได้รถ
คนแรกที่คิดถึงคือ พ่อและแม่

แต่พอมีรถ
คนแรกที่จะไปรับคือแฟนและเพื่อน

ร้านอาหารหรู ๆ บรรยากาศคลาสสิค
มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน

อาหารบนโต๊ะที่บ้าน
มีสำหรับพ่อและแม่

พ่อและแม่ คิดบัญชีค่าใช้จ่ายก่อนนอน เพื่อความอยู่รอด

ลูกนอนคุยโทรศัพท์ เล่นเนตก่อนนอน เพื่อให้หลับฝันดี

เวลาเรามีความสุข
มักจะมองหาแฟนและเพื่อน

เวลาเรามีความทุกข์
คนที่กังวล หดหู่และเศร้าสลดใจ คือพ่อและแม่

เวลาประสบความสำเร็จ
เรามักมองหาแฟนและเพื่อนเพื่อนัดฉลองและสังสรรค์ แต่คนที่ดีใจที่สุดคือพ่อและแม่
แต่พ่อและแม่ กลับกลายเป็นคนที่เรามองข้ามไป

โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า
มีไว้สำหรับแฟนและเพื่อน

ทีวี และสวนหน้าบ้าน
มีไว้สำหรับพ่อและแม่

ลูกไปรื่นเริงตามโรงหนัง เธค ผับ โต๊ะสนุ๊ก ฯลฯ

พ่อและแม่กับทำงาน หรือ นอนหลับเก็บแรงไว้ทำงานหาเงินในวันรุ่งขึ้น เพื่อแลกความสุขของลูก อยากให้ลูกเรียนสูง ๆ

เวลาแต่งงาน
คนที่เป็นธุระหาสินสอดทองหมั้นคือพ่อและแม่ คนที่มีความสุขคือลูก

พ่อและแม่ตำหนิ ตักเตือน บางครั้ง เต็มไปด้วยอารมณ์ห่วงใย เพื่อให้ลูกได้ดี
แต่ลูกคิดว่าสิ่งที่ พ่อและแม่พูดเป็นแค่เรื่องไร้สาระ

พ่อและแม่ คือผู้ฝ่าฟันปัญหาเป็นร้อยพันประการเพื่อลูก แต่พอลูกมีปัญหา
มักคิดได้แค่ ท้อถอย หดหู่หรืออยากตาย

พ่อและแม่คือผู้ที่ปกป้อง และยืนเคียงข้างลูกจวบจนชีวิตจะหาไม่

ลูกกำลังคิดถึงสิ่งใด คำว่า “พ่อ” หรือ “แม่” อาจเป็นคำแรกที่เราพูดได้ตั้งแต่เกิด อาจเป็นคำง่ายๆ สั้นๆ ที่ มีความหมายยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เราอาจไม่ต้องคิดถึงท่านในทุกๆเวลาที่เราหายใจเพราะเรารู้ ว่าท่านคงไม่ได้เรียกร้องมากมายขนาดนั้นขอแค่ 1 ใน 10 ของที่ท่านคิดถึงเราก็พอ เพียงเท่านี้ ... ท่านคงจะดีใจ ...

นิสัยตามวัน

0 ความคิดเห็น
S u n d a y
คนเกิดวันอาทิตย์เป็นคนชอบเสี่ยงกล้าได้กล้าเสีย
เช่นเดียวกันกับในเรื่องของความรัก
เมื่อหลงรักใครแล้วจะตามติดตื้อให้สำเร็จจนได้ เป็นคนรักสนุก
ชอบคนที่ดูดีมีเสน่ห์ ไม่เรียบง่ายหรือเชยจนเกินไป
หรือก็ไม่ห้าวสุดสุดเกินไปก็ไม่เอา เป็นคนมีเชื่อมั่นในตนเองสูง
มีความสุขใจทำให้มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม
ใครเห็นใครก็ชอบ แต่ก็มีนิสัยที่ค่อนข้างดื้อรั้นและหัวเแข็ง
ซึ่งบางครั้งทำให้ไม่ยอมประนีประนอมกันบ้าง
ทำให้ความรักต้องสิ้นสุดลงไปเพราะมีทิฐิมานะ
เป็นคนค่อนข้างเจ้าชู้ทีเดียวและมีความโรแมนติก
ชอบที่จะได้พบคนใหม่ๆที่ทำให้รู้สึกท้าทายดี
คนเกิดวันนี้จะมีดวงความรักค่อนข้างดี ถ้าคนรักเข้าใจถึง
ความใจร้อนไปบ้างของคุณ ก็จะสามารถคบกันได้นานเลยที่เดียว
M o n d a y
คนเกิดวันจันทร์เป็นคนเจ้าชู้แบบเงียบๆ
ไม่แสดงออกเด่นชัดเหมือนชาววันอาทิตย์
มักจะแอบโปรยเสน่ห์ให้ใครต่อใครหลงใหลอยู่เสมอ
ด้วยความที่เป็นคนน่ารักอ่อนโยน
สุภาพ อีกทั้งยังฉลาดเฉลียว รอบรู้ไปเกือบทุกเรื่อง
แถมยังเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีอีกด้วย
ความจริงคนเกิดวันนี้ก็เป็นคนที่ดื้อรั้นและเอาแต่ใจตัวเองเหมือนกัน
แต่จะค่อยๆแสดงออกมาเมื่อคบกันแล้ว ต้องการให้คนมาเอาอกเอาใจด้วย
รักแท้ของคนวันจันทร์มักจะเกิดกับคนที่ถ้าไม่แตกต่างกันที่อายุมากๆ
แล้วก็อาจจะมีฐานะที่แตกต่างกันอย่างมากเลยทีเดียว
ทำให้ต้องอดทนและฝ่าฟันเหมือนรักแท้ในหนังสุดโรแมนติกนั่นเลยทีเดียว
แต่ว่าคนวันจันทร์นี้มักจะสุขสมหวังเสมอในเรื่องความรักถ้าดูแลหัวใจตัวเองให้ดี
ไม่วอกแวกไปไหน ก็จะมีคู่รักที่คบกันเนิ่นนานจนเพื่อนๆอิจฉาเสมอนั่นแหละ
T u e s d a y
คนเกิดวันอังคารเป็นคนที่มีดวงความรักค่อนข้างดีทีเดียว
จะพบคู่รักแท้ๆที่คบกันอยู่กันไป อย่างหวานชื่นและสมหวัง
อาจจะเป็นคนที่ดูเจ้าชู้ไปสักนิด
แต่จริงๆแล้วเป็นแค่ความรู้สึกนึกสนุกเท่านั้น
ไม่ได้เป็นนิสัยถ้าเจอะเจอคนหน้าตาดีหรือบุคลิกถูกใจ
ก็จะส่งสายตาไปก่อนอื่นแต่จะไม่ใช่คนที่จะตีสนิท
ไม่รู้จักในทันดีทันใด
เป็นคนมีนิสัยใจร้อนวู่วามและตรงไปตรงมาจนไม่น่าเข้าใกล้
แต่ก็มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมากทีเดียว
เมื่อคนวันอังคารตกหลุมรักใครแล้ว จะติดตามคอยอยู่ใกล้อย่างตั้งใจ
ไม่มีวันจีบเล่นๆแบบเด็กๆแน่นอน
เป็นคนที่แข็งนอกแต่ข้างใจอ่อนโยน ใจดี
แต่ปากแข็งเมื่อทำผิดมักจะไม่ค่อยยอมง้อทั้งที่ในใจอยากจะง้อใจจะขาด
ดวงความรักของคนวันอังคารจะมีปัญหาก็อยู่ที่เรื่องของอารมณ์เท่านั้น
ต้องควบคุมอารมณ์ให้อยู่หรือเลือกคู่ที่เป็น
คนใจเย็นสุดสุด ก็จะมีรักที่ยั่งยืนยากที่จะแตกร้าวได้
W e d n e s d a y
คนเกิดวันพุธเป็นคนช่างคิดช่างตรึกตรอง
รอบคอบทุกเรื่องราวรวมทั้งในเรื่องราวของความรักที่คุณจะต้องมั่นใจเสียก่อน
ที่จะตกลงปลงใจกับใคร
เป็นคนที่ต้องการความรักที่ลึกซึ้งไม่ใช่ความรักเพื่อให้ตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้น
เสน่ห์ของชาวพุธอยู่ที่การพูดจาที่น่ารักสุภาพทำให้ใครต่อใครชื่นชอบรักสนุก
และยังเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีอีกด้วย
คนเกิดวันพุธมักจะมีความรักแบบที่เริ่มจากความเป็นเพื่อนก่อนแล้วค่อยผูกพัน
กันมาเป็นความรักแท้ที่เต็มไปด้วยการเข้าอกเข้าใจกัน รู้จักกันดีมาก
เคารพอิสระและเวลาส่วนตัวซึ่งกันและกัน
คนเกิดวันพุธไม่ชอบคนที่ดูดีอย่างเดียวแต่คุยกันไม่รู้เรื่องที่มีทัศนคติแตก
ต่างกันอย่างลิบลับ เขาจะต้องเป็นได้ทั้งเพื่อนคู่คิดและคนรักในขณะเดียวกัน
T h u r s d a y
คนเกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนมีความโอบอ้อมอารี มีน้ำใจต่อผู้คน
มีสติปัญญาดีเป็นที่ยอมรับและชื่นชม เป็นคนรักใครก็รักจริง
เกลียดจริงไม่เสแสร้งแกล้งคบกันไปก่อน
ดวงความรักค่อนข้างเรียบง่ายไม่โลดโผนโจนทะยาน
มีความน่ารักอยู่ที่ความสดใส
เปิดเผย และมีความมุ่งมั่นสู่จุดหมายไม่เลื่อนลอยไร้สาระเป็นคนไม่เจ้าชู้
คบเผื่อเลือกไม่เป็น ถ้ารักใครก็จะซื่อสัตย์ไม่คิดนอกใจ
หากต้องมีผิดหวังเรื่องความรักก็จะเป็นเพราะการมองโลกในแง่ดีจนเกินไป
หรือคิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย
แต่เมื่อผิดหวังก็ไม่ปล่อยให้ตนจมปลักกับความเจ็บปวด
จะพยายามทุ่มเทในเรื่องที่ตนสนใจที่มีประโยชน์ให้ลืมความเจ็บปวดนั้น
คนวันพฤหัสนี้ชอบคนที่เรียบง่าย มีนิสัยความชอบคล้ายๆกัน
ไม่หรูหราฟุ่มเฟือยจนเกินไป
F r i d a y
คนเกิดวันศุกร์จะมีเรื่องราวของความรักๆใคร่ๆประจำหัวใจอยู่เสมอ
เป็นคนรักสวยรักงามดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เมื่อรักใครชอบใครแล้ว
ก็จะเอาอกเอาใจดูแลเป็นอย่างดี เรียกว่าทุ่มจนสุดหัวใจเลยทีเดียว
แต่ก็ต้องการการตอบสนองอย่างเดียวกันจากคนรักด้วย ไม่ฉะนั้นจะรู้สึกน้อยใจมาก
เสน่ห์ของคนวันศุกร์อยู่ที่ความอ่อนหวาน เป็นคนใจกว้างและซื่อตรง
บางครั้งออกจะขี้ระแวงคนรักจนเกินเหตุไปด้วยซ้ำ
ดวงความรักของคนเกิดวันนี้ ค่อนข้างอาภัพ ทั้งๆที่มีคนมารักชอบจริงใจอยู่มากมาย
แต่ก็มักจะจบลงเพราะ ความไม่มีเหตุผลและเจ้าอารมณ์ของคุณอยู่นั่นเอง
บางคนที่ถึงจะมีรักหวานแสนซึ้ง เพียงใดแต่กลับต้องลาร้างกันทั้งๆที่ยังรักกันมาก
บางคนก็อาจจะมีความสัมพันธ์ รักที่ยั่งยืนอบอุ่น แต่อาจไม่ใช่คนที่คุณรักอย่างหัวปักหัวปำมาก่อน
เป็นคนที่มีดวงความรักพิเศษไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
S a t u r d a y
คนเกิดวันเสาร์เป็นคนโชคดีในด้านความรัก
ไม่ค่อยจะมีปัญหาให้ต้องปวดใจเหมือนคนเกิดวันอื่นๆ
เนื่องจากเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวหนักแน่น
เมื่อคบกับใครก็จะมีคนคนนั้นอยู่คนเดียว
เมื่อเลิกแล้วถึงจะเริ่มมีรักใหม่ เป็นคนที่ดูสุขุมมีระเบียบ
แต่ก็เป็นคนดื้อรั้นไม่เบา มีความเจ้าชู้แบบเงียบๆคือแค่มองและส่งยิ้มไปบ้าง
ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เป็นประเภทขอแอบรักแอบชื่นชมอยู่ไกลๆมากกว่า
คนวันเสาร์เป็นคนที่ทระนง อดทนและมีความมุ่งมั่น

CosZ MosS : บางคนก็ตรงบ้าง บางคนก็ไม่ตรงบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะตรงนะ อย่างเราวันพฤหัสตรงมากๆเลยล่ะ

การทำบุญ

0 ความคิดเห็น
วิธีการสร้างบุญบารมี
พระนิพนธ์ ในสมเด็จพระญานสังวรพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก

ทำบุญเป็นเรื่องของกาย
ทำกุศลเป็นเรื่องของใจ อบรมใจ ให้มีอารมณ์ผ่องใส

ในด้านความหมาย บุญ มีทั้งเหตุและผล
เหตุคือความดี เป็นเครื่องฟอกล้างความชั่ว
ผลเป็นความสุข

บารมี คือ ความดีที่บำเพ็ญไว้อย่างยิ่งยวด นำไปให้ถึงฝั่งคือนิพพาน

การสร้างบุญบารมี มี 3 ขั้นตอน คือ การทำทาน รักษาศีล การเจริญภาวนา

สังเกตุว่าท่านใช้คำว่า 3 ขั้นตอน ไม่ใช้คำว่า 3 แบบ หรือ 3 อย่าง
สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ คือ มันเป็นขั้นตอนจริงๆ ที่ต้องทำไป และแต่ละอย่างให้บุญไม่เท่ากัน
เช่น การให้ทานก็ได้บุญน้อยกว่าการรักษาศีล การรักษาศีลก็ได้บุญน้อยกว่าการเจริญภาวนา

*** การให้หรือการทำทานเป็นการสร้างบุญเบื้องต้น แม้ทำมากมายเพียงไร ก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากกว่าการรักษาศีล และการถือศีลเข้มข้นเคร่งครัดอย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากไปกว่าการเจริญภาวนาไปได้ การเจริญภาวนาจึงเป็นวิธีการสร้างบุญบารมีที่มีกำลังสูงที่สุด ได้บุญมากที่สุด

*** เงื่อนไขการทำบุญที่สำคัญสุดของการให้ทาน ก็คือเนื้อนาบุญต้องบริสุทธิ์ (ผู้รับการทำทานทำบุญ) หากเป็นผู้มีศีลมีธรรมสูง ก็ย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่ดีได้บุญมาก เป็นสิ่งที่ผู้ให้ทานหากเข้าหาผู้มีศีลธรรมสูงแล้วจะปรับปรุงตนเองให้พัฒนาขึ้นด้วยได้ นับว่าเป็นองค์ประกอบข้อที่สำคัญที่สุด หากผู้ได้รับการทำทานเป็นคนที่ไม่ดี ไม่ใช่ผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญที่บริสุทธิ์ เป็นเนื้อนาบุญที่เลว ทานที่ทำไปนั้นก็ไม่ผลิดอกออกผล แม้ 2 องค์ประกอบแรกจะบริสุทธิ์ครบถ้วนก็ตาม
นอกจากนี้อีกสององค์ประกอบที่รองลงไปคือ วัตถุทาน และ เจตนาต้องบริสุทธิ์
วัตถุทานที่ให้ต้องบริสุทธิ์ :: วัตถุทานจะมากหรือน้อย เลวหรือดี ประณีตหรือไม่ไม่สำคัญ เมื่อเราไห้ทานตามกำลังทรัพย์ ที่มีอยู่ย่อมใช้ได้ และต้องได้มาด้วยความบริสุทธิ์ในการประกอบอาชีพ
เจตนาในการให้ต้องบริสุทธิ์ :: ทั้งก่อนให้ ช่วงที่กำลังให้ จนถึงหลังให้ไปแล้ว จุดมุ่งหมายที่แท้จริงก็เพื่อเป็นการขจัดความโลภ แต่ระวังการทำทานอย่าได้เบียดเบียนตนเอง ซึ่งจะทำให้จิตเศร้าหมอง เจตนานั้นย่อมไม่บริสุทธิ์ แม้วัตถุทานจะมากก็ย่อมได้บุญน้อย

” เปรียบเหมือนกับการหว่านเมล็ดข้าวเปลือกลงในพื้นนา ๑ กำมือ แม้เมล็ดข้าวนั้นจะเป็นพันธุ์ดีที่พร้อมจะงอกงาม และ ผู้หว่านคือกสิกรก็มีเจตนาจะหว่านเพื่อทำนาให้เกิดผลิตผลเป็นอาชีพ โดยเมล็ดที่ไปตกในที่เป็นดินดี ปุ๋ยดี มีน้ำอุดมสมบูรณ์ดี ก็จะงอกเงยมีผลิตผลที่สมบูรณ์ ส่วนเมล็ดที่ไปตกบนพื้นนาที่แห้งแล้ง มีแต่กรวดกับทรายและขาดน้ำก็จะแห้งเหี่ยวหรือเฉาตายไป หรือไม่งอกเงยเสียเลย การทำทานนั้น ผลิตผลที่ผู้ทำทานจะได้รับก็คือ " บุญ " หากผู้ที่รับการให้ทานไม่เป็นเนื้อนาที่ดีสำหรับการทำบุญแล้ว ผลของทานคือบุญก็จะได้เกิดขึ้น แม้จะเกิดก็ไม่สมบูรณ์ เพราะแกร็นหรือแห้งเหี่ยวเฉาไปด้วยประการต่าง ๆ”

พระพุทธเจ้าตรัสว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับดังนี้

1. ทำทานแก่สัตว์เดรัชฉาน แม้จะมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีลเพียงครั้งเดียว

2. ทำทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีลธรรม ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้ผู้มีศีล 5 แม้ เพียงครั้งเดียวก็ตาม

3. ทำทานแก่มนุษย์ผู้มีศีล 5 แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้ผู้มีศีล 8 เพียงแม้ครั้งเดียวก็ตาม

4. ทำทานแก่มนุษย์ผู้มีศีล 8 แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้ผู้มีศีล 10 เพียงแม้ครั้งเดียวก็ตาม

5. ถวายทานแก่สามเณรผู้มีศีล 10 แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ผู้มีปาติโมกข์สังวร 227 ข้อ แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

6. ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ ผู้มีปาติโมกข์สังวร 227 ข้อ แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระโสดาบัน แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

7. ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

8. ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

9. ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

10. ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

11. ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

12. ถวายทานแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะให้มากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

13. การถวายสังฆทานที่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้ถวายมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการสร้างวิหารทานได้แก่ โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม แม้เพียงครั้งเดียวก็ตาม แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น ศาลาที่พักคนเดินทาง โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลาป้ายรถโดยสารประจำทาง สุสาน ก็ได้บุญมากในทำนองเดียวกัน

14. การถวายวิหารทาน แม้จะสร้างมากถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้ธรรมทานแม้จะให้แม้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

15. การให้ธรรมทาน แม้จะให้ถึง 100 ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าการให้อภัยทาน แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

อภัยทาน คือ การทำใจหายโกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายแม้แต่ศัตรู

ผู้ให้ "โกรธ"ถ้าให้อภัยเสียก็หายโกรธ เมื่อให้อภัยแล้วจิตใจขุ่นจะมัวหายไป ก็จะแจ่มใส

อ่านช้าๆ ::::::โกรธแล้วใจเร้าร้อนไม่เป็นสุข ให้อภัยแล้วใจจะเป็นสุขแจ่มใส::::::

ท้ายที่สุดการให้ทานทั้งหลายก็จบลงที่ใจเราเอง ด้วยการให้ธรรมะ และให้อภัย ทำใจเราให้บริสุทธิ์ผ่องใสไม่ขุ่นมัว การให้อภัยนั้นยาก แต่บุคคลที่ทำได้จึงรู้ว่ามันการให้อภัยนั้นเป็นความสุขจริงๆ ไม่ใช่เป็นการกดใจหรือข่มตนเพื่อให้อภัยซึ่งจิตใจนั้นยังขุ่นมัว ไม่ใช่อภัยที่แท้จริงซึ่งเป็นความโล่งโปร่งสบายของจิต
การให้อภัยทานจึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากเย็น จึงจัดเป็นทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง
การให้อภัยทานแม้จะมากเพียงใด แม้จะชนะการให้ทานอื่น ๆ ทั้งมวล ผลบุญนั้นก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า " ฝ่ายศีล " เพราะเป็นการบำเพ็ญบารมีคนละขั้นต่างกัน สรุปง่ายๆ ก็คือว่า การให้อภัยเป็นแม้เป็นเรื่องที่ยากมากแล้วแต่การรักษาศีลหรือการภาวนาก็เป็นเรื่องที่ยากกว่า
การทำทาน ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของการพัฒนาบ่มเพาะจิตใจให้ไปสู่ขั้นต่อไปซึ่งทำได้ยากกว่า

ซึ่งการให้ทานหรือการทำทานนั้นเป็นการสร้างบุญที่ได้บุญน้อยที่สุดไม่ว่าจะทำมามากอย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะได้บุญไปมากกว่าการถือศีลไปได้

2. การรักษาศีล

ในฝ่ายศีลแล้ว การที่ได้อุปสมบทเป็นพระในพระพุทธศาสนาได้บุญบารมีมากที่สุด

การถือศีลแม้จะมากอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะได้บุญมากเกินไปกว่าการเจริญภาวนาไปได้

3. การภาวนา

เป็นการบำเพ็ญบุญบารมีที่สูงสุด ประเสริฐที่สุด ได้บุญมากที่สุดเป็นกรรมดีอันยิ่งใหญ่เรียกว่า " มหัคคตกรรม " อันเป็นมหัคคตกุศล

อานิสงส์ของสมาธินั้น มีมากกว่าการรักษาศีลอย่างเทียบกันไม่ได้ ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสว่า

" แม้จะได้อุปสมบทเป็นภิกษุรักษาศีล ๒๒๗ ข้อ ไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อยมานานถึง ๑๐๐ ปี ก็ยังได้บุญกุศลน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิเพียงให้จิตสงบนานเพียงชั่วไก่กระพือปีก ช้างกระดิกหู "

" ขนิกสมาธิ " คือสมาธิเล็ก ๆน้อย ๆ สมาธิแบบเด็ก ๆที่เพิ่งหัดตั้งไข่ คือหัดยืนแล้วก็ล้มลงแล้วก็ลุกขึ้นยืนใหม่ ซึ่งเป็นอารมณ์จิตที่ยังไม่ตั้งมั่น สงบวูบลงเล็กน้อยแล้วก็รักษาไว้ไม่ได้ ซึ่งยังห่างไกลต่อการที่จิตถึงขั้นเป็นอุปจารสมาธิและฌาน แม้กระนั้นก็ยังมีอานิสงส์มากมายถึงเพียงนี้

๑ . สมถภาวนา ( การทำสมาธิ ) สมถภาวนา ได้แก่การทำจิตให้เป็นสมาธิหรือเป็นฌาน ซึ่งก็คือการทำจิตให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว ไม่ฟุ้งซ่านแส่ส่ายไปยังอารมณ์อื่น ๆ สมาธิ มีกรรมฐาน ๔๐ เป็นอารมณ์

๒ .วิปัสสนาภาวนา ( การเจริญปัญญา )

วิปัสสนาไม่ใช่ให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวนิ่งอยู่เช่นนั้น แต่เป็นจิตที่คิดและใคร่ครวญหาเหตุและผลในสภาวธรรมทั้งหลายและสิ่งที่เป็นอารมณ์ของวิปัสสนานั้น มีแต่เพียงอย่างเดียวคือ " ขันธ์ ๕ " ซึ่งนิยมเรียกกันว่า " รูป - นาม "

ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า

" ผู้ใดแม้จะทำสมาธิจิตเป็นฌานได้นานถึง ๑๐๐ ปี และไม่เสื่อม ก็ยังได้บุญน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงทีว่า สรรพสิ่งทั้งหลายอันเนื่องมาจากการปรุงแต่ง ล้วนแล้วแต่เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตเดียวก็ตาม "

ดังนี้ จะเห็นได้ว่าวิปัสสนานั้น เป็นสุดยอดของการสร้างบารมีโดยแท้จริง และการกระทำก็ไม่เหนื่อยยากลำบาก ไม้ต้องแบกหาม ไม่ต้องลงทุนหรือเสียทรัพย์แต่อย่างใดแต่ก็ได้กำไรมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการให้ทานเหมือนกับกรวด และทราย ก็เปรียบวิปัสสนาได้กับเพชรน้ำเอก ซึ่งทานย่อมไม่มีทางที่จะเทียบกับศีล ศีลก็ไม่มีทางที่จะเทียบกับสมาธิ และสมาธิก็ไม่มีทางที่จะเทียบกับวิปัสสนา

การเจริญภาวนาจึงเป็นการสร้างบุญบารมีที่สูงที่สุดได้มากที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะละทิ้งการให้ทานกับการรักษาศีลแล้วมานั่งเจริญภาวนาอย่างเดียวนั้นก็มิได้ จึงต้องกระทำไปพร้อมทาน ศีล ภาวนา

สรุปได้ว่า การทำบูญทั้งหลายทั้งปวง ก็เพื่อมุ่งให้เรามองเห็นความจริงตามธรรมชาติ

แม้จะยังไม่เห็นในขณะนั้น แต่หากทำอย่างต่อเนื่องก็จะนำไปสู่ขั้นตอนถัดไปได้อย่างอัติโนมัต


คุณมีสัมผัสที่ 6 หรือไม่ ?

0 ความคิดเห็น
1.ในห้องเรียนเพื่อนที่นั่งใกล้กับคุณกำลังตอบคำถามอาจารย์อยู่
คุณต้องเป็นคนต่อไป แย่แล้ว? เพราะคุณไม่ได้ทบทวนบทเรียนมาเลย
คุณอยากจะหนีออกไปที่ไกลๆ คุณคิดว่ากำลังเรียนวิชาอะไรอยู่
ภาษาอังกฤษ ไปที่ 2
คณิตศาสตร์ ไปที่ 3

----------------------------------
2.เมื่อคิดว่าอยากหนีไปที่ไกลๆทันใดนั้นก็พบว่าคุณมายืนอยู่ ณ ชายทะเล
คลื่นกำลังซัดเท้าคุณอยู่ ไปที่ 5
------------------------------------------
3.เมื่อคิดว่าอยากหนีไปที่ไกลๆทันใดนั้นก็พบว่าคุณอยู่ในป่าทึบมีทาง 2แพร่ง
แยก ซ้าย ขวา คุณจะเลือกเดินไปทางไหน
แยกขวา ไปที่ 4
แยกซ้าย ไปที่ 6

---------------------------------
4.เมื่อเดินไปเรื่อยๆก็มาถึงที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง
พักเหนื่อย ไปที่ 7
เดินต่อไป ไปที่ 8
-------------------------
5.พอคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก็มีนกทะเลสีขาวบินมา และพูดกับคุณ
ชวนให้ไปยังราชวังกลางทะเล โดยนกจะนำทางไปและคุณนั่งแพไป
ตกลงลองไปดู ไปที่ 10
ตอบปฏิเสธ ไปที่ 9
----------------------------
6.เดินไปตามทางเรื่อยจนถึงกลางป่าลึกมืดทึบมองไม่เห็นสิ่งใดได้เลยไปที่11

-------------------------------
7.คุณออกหากิ่งไม้นำมาก่อไฟ ก็เห็นแมวป่ากำลังไล่ล่ากระรอกอยู่
ถ้าคุณมีมีดก็จะช่วยกระรอก ไปที่ 13
ถ้าคุณมีธนูก็จะช่วยกระรอก ไปที่ 16
----------------------------------------------
8.เมื่อเดินต่อไปเรื่อย จนตกเวลา
ความมืดเริ่มปกคลุมแต่ก็ตัดสินใจเดินต่อ ไปที่ 11

-------------------------
9.นกทะเลสีขาวจึงพูดว่า'ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ' แล้วก็บินจากไป
ส่วนคุณก็เดินเลียบชายหาดแยกกันไป ไปที่ 12

------------------------------
10.พอคุณก้าวขึ้นแพ นกทะเลก็บินบินมาจับที่ไหล่ซ้าย
แล้วแพก็ไหลไปตามกระแสคลื่น ออกสู่ท้องทะเล กว้าง ไปที่ 15

--------------------------------
11.ในขณะที่คุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเดินไปทางไหนดี
ก้อมาเจอบ้านหลังหนึ่งจึงตรงไปเคาะประตู ร่างที่เปิดประตูออกมา คือ?
ยายแก่หลังค่อม ไปที่ 14
เด็กสาวแต่งกายปอนๆ ไปที่ 17
---------------------------------------
12.ขณะที่เดินอยู่นั้น คุณก็มองเห็นปราสาทอยู่ไกลลิบๆ ไปที่ 20

------------------------------------------
13.เมื่อคิดดังนั้นก็ปรากฏมีดอยู่ตรงหน้าจริงๆ
คุณใช้มีดได้อย่างคล่องแคล่ว ในที่สุดก็ช่วยกระรอกได้ ไปที่ 19
----------------------------------------

14. ยายแก่เชื้อเชิญให้คุณเข้าไปในบ้านภายในบ้านคุณเหลือบ
เห็นเงา ของยายแก่คนนั้นเป็นแม่มดปรากฏอยู่บนกระจก ไปที่23

--------------
15.นกเล่าเรื่องปราสาทให้คุณฟัง ขณะที่ฟังอยู่นั้นแพก็เกืดการสั่นสะเทือน

คุณเห็นสิ่งหนึ่งปรากฏอยู่ เหนือผิวน้ำ
เห็นมังกรทะเล ไปที่ 18
คลื่นยักษ์ม้วนตัวเข้าหาคุณ ไปที่ 22
------------------------
16.เมื่อคิดดังนั้นในมือคุณก็ปรากฏธนู
คุณสามารถช่วยกระรอกตัวนั้นได้ ไปที่21.
---------------------------
17.เด็กสาวคนนั้นอาศัยอยู่กับยายแก่ 2 คน
แต่ต้องทำงานเหมือนเด็กรับใช้ เมื่อเข้าไปในบ้าน คุณมี
โอกาสได้พูดคุยกับเด็กสาวนั้นตามลำพัง เด็กสาวเล่าให้คุณฟังว่า
'ที่จริงแล้ว ยายแก่คนนี้เป็นแม่มด ช่วยเราออกไปด้วย' ไปที่ 24
'อยากกลับไปหาพ่อแม่ ได้โปรดช่วยเราออกไปจากที่นี่ด้วย' ไปที่ 28

-----------------------------
18.มังกรทะเลจ้องมองคุณด้วยดวงตาหน้ากลัว คุณจะทำอย่างไร
ชักดาบวิเศษออกมาสู้ ไปที่ 25
เรียกควันวิเศษมาแล้ว แฝงตัวหนีไป ไปที่ 27

19.กระรอกกลายร่างเป็นหญิงสาวจากคำสาปชั่วร้ายหญิงสาว

ปากชวนคุณไปที่ปราสาทของเธอ ไปที่30

---------------

20.เมื่อคุณเดินมาใกล้ปราสาท ก็ปรากฏร่างของชายสูงใหญ่คนหนึ่งตรงหน้า
ชายคนนั้นพูดว่า'ขอต้อนรับท่าน' ไปที่ 26
คุณต่อสู้กับชายคนนั้น ไปที่ 29
--------------------
21.กระรอกกลายร่างเป็นชายหนุ่มจากคำสาปชั่วร้าย
แล้วกล่าวว่า'ขอให้ท่านรับข้าเป็นผู้ติดตามด้วย'
คุณตอบตกลงแล้วเดินต่อไปจนถึงปราสาท ไปที่ 34
------------------------
22.แพพลิกคว่ำ ทำให้คุณกระเด็นตัวลอยออกมา ไปที่ 32
---------------------------
23.'แย่แล้วเรา' คุณคิดอยู่ในใจ ยายแก่คนนั้นก็กลายร่างเป็นแม่มด
จับคุณมัดแล้วโยนคุณไปที่ห้องใต้หลังคา ไปที่ 31
-----------------------------
24.หญิงสาวได้รับการช่วยเหลือและเธอได้ออกปากเชิญคุณไปที่
ปราสาทของเธอไปที่ 30
-------------------------------
25.เมื่อคุณพิชิตมังกรทะเลลงได้นกทะเลสีขาวตัวนั้นก็กลายร่างเป็นหนุ่มน้อย
และกล่าวขึ้นว่า 'เราถูก คำสาปจากมังกรทะเล ขอบคุณท่านมาก
เพื่อเป็นการตอบแทนเราขอเชิญท่านไปยังปราสาทของเรา' ไปที่ 34
-------------------
26.แล้วร่างของผู้ชายคนนั้นก็หายไป คุณก้าวเข้าไปในปราสาท
ได้เข้าเฝ้าพระราชาพร้อมการต้อนรับ ที่อบอุ่น ไปที่ 35
------------------------------------
27.คุณหนีพ้นจากมังกรทะเล เมื่อกลุ่มควันหายไป
ก็ปรากฏปราสาทอยู่ตรงหน้า นกทะเลก็นำคุณเข้าไป ข้างใน ไปที่ 35
--------------------------------------
28.ขณะที่คุณเดินพาเด็กสาวคนนั้นไป
ก็ถึงเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในที่สุดเธอก็ได้พบกับแม่อีกครั้งหนึ่ง
คุณกล่าวคำอำลาแล้วเดินทางต่อไป ไปที่ 20
-----------------------
29.คุณชนะจึงเปิดประตูปราสาทแล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ไปที่ 35

-----------------------

30.เมื่อถึงปราสาทคุณและหญิงสาวได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่หญิงสาว
ที่คุณช่วยมา นั้นเป็นราชินีของเมืองนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนจึงนำ___บมาให้ 2 ใบ
แล้วให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ 1ใบ
เลือก___บแบบเก่าทำด้วยไม้ -----------คำทำนาย D
เลือก___บเก่าที่ประดับด้วยอัญมณีมีค่า--------คำทำนาย B

31.คุณรีบหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น
วิ่งออกมาสุดฝีเท้าจนมาถึงปราสาท ไปที่ 20

-------------------------------------------
32.ร่างของคุณลอยไปตามแรงลม
มองลงไปเบื้องล่างเป็นท้องทะเลแลเห็นเกาะอยู่ลิบๆ
นกทะเลบอกว่า'เรามาถึงจุดหมายกันแล้ว' ไปที่ 33
--------------------------
33.เมื่อนกทะเลหยุดบิน ร่างก็กลายเป็นหญิงสาว
'ราถูกมนต์ร้ายท่านพาเรามายังที่นี่ได้ทำให้มนต์ร้าย หายไป' ไปที่ 30
-------------------------------
34.เมื่อมาถึงปราสาทก็ได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ชายหนุ่มเป็นราชาแห่งเมืองนี้
และประทานของขวัญ ให้เลือก คุณจะเลือกสิ่งใด
กระจกวิเศษ ---------------คำทำนาย C
ไม้เท้าวิเศษ ---------------คำทำนาย D
------------------------------------
35.เพื่อเป็นของที่ระลึกจากเมืองนี้ มีของมาให้คุณเลือก คุณจะเลือกสิ่งใด
น้ำทิพย์ --------------------คำทำนาย E
ขลุ่ยวิเศษ-------------------คำทำนาย A

..................................
...................................
...............................
................
.........
..
.
เฉลย
A คุณมีโทรจิตที่สูงกว่าผู้อื่น
คุณมีประสาทรับส่งที่มากมายกว่าธรรมดา คุณเป็นคนตรง
รักความถูกต้องและมักจะอ่อนไหวกับสิ่งที่มากระทบจิตใจได้ง่าย
บางครั้งแม้ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เป็นเรื่องของคนอื่น
เช่นเพื่อนสนิท ถ้าเขามีปัญหา คุณก็อดไม่ได้ที่จะไม่สบายใจไปด้วย
ลักษณะและคุณสมบัติของคุณเป็นอย่างที่กล่าวมานี้
คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีโทรจิตมากมายกว่าคนปกติทั่วไป
บางครั้งคุณอาจไม่รู้ตัวว่ามีพลังจิต
แต่คุณก็จะรู้ตัวว่าสิ่งที่คุณมีโดดเด่นกว่าคนอื่น คือ
พลังโทรจิตนั่นเอง งานอดิเรกที่คุณควรสนใจ เช่น
อ่านหนังสือหรือการวาดภาพเป็นต้น
สิ่งเหล่านี้จะช่วยฝึกความสามารถของคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะพลังโทรจิตที่คุณมี

B คุณสามารถเพ่งกระแสจิตได้ดี
คุณมีความตั้งใจที่แรงกล้า
แม้ว่าจะอุปสรรคหรือความยากลำบากใดๆ คุณก็ไม่ย่อท้อ
มักเป็นคนดื้อรั้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
หากคนอื่นไม่รู้จักคุณดีพอก็จะไม่รู้เลยว่าคุณมีความดื้อรั้นอยู่ในตัวสูง
หากคุณหมั่นฝึกฝนการรวบรวมพลังทางกระแสจิต
ก็จะทำให้พลังทางกระแสจิตของคุณมีพลังสูงส่งยิ่งขึ้น
สิ่งสำคัญประการหนึ่งคือ
คุณต้องมีความเชื่อในเรื่องในอำนาจของพลังจิตว่ามีจริงเสียก่อน
เมื่อเป็นดังนั้นแล้วการเพ่งกระแสจิตของคุณก็จะเป็นไปด้วยดี



C คุณมีลางสังหรณ์ที่ค่อนข้างแม่นยำ
ภาพพจน์ของคุณ คือ ผู้ที่มีความระมัดระวัง
และสิ่งที่คุณให้ความสำคัญนั้นก็มักจะเกิดขึ้นเป็นจริง
ตามที่คุณคิดไว้ล่วงหน้าเสมอ
ถ้าคุณฝึกฝนการรวบรวมสมาธิอยู่เสมอ
ลางสังหรณ์ที่จะบังเกิดขึ้นในช่วง ที่คุณนอนหลับ
ลางสังหรณ์นี้ไม่เพียงเกิดขึ้นกับคนเท่านั้นแต่เกิดขึ้นกับสัตว์ด้วย
จงหมั่นฝึกฝนแล้วลางสังหรณ์ของคุณก็จะมีความแม่นยำมากขึ้น

D คุณมีสัมผัสที่ 6 ที่มากมายกว่าคนทั่วไป
คุณมีความคิดสร้างสรรค์แต่ไม่แสดงออก
ส่วนใหญ่มักจะเป็นฝ่ายตามหลังคนอื่น มักอ่อนไหวกับสิ่งแวดล้อม
ไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้
แม้ว่าคุณจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี
แต่น่าเสียดายที่คุณถ่ายทอดความคิดไม่เก่ง
คุณสมบัติที่จะช่วยให้คุณถ่ายทอดความคิดให้คนอื่นได้ดี คือ
สัมผัสที่ 6 จงพยายามฝึกฝนสัมผัสที่ 6 ของคุณให้เก่ง


E พลังจิตประเภทอื่นๆสูงกว่าปกติทั่วไป
คุณมีนิสัยชอบเอาชนะ ถ้าคนทั่วไปว่าเป็นสิ่งนี้
คุณก็มักจะเห็นเป็นสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไป เป็นคนใจน้อย เจ้าน้ำตา
มีจิตใจดี คุณสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้
เป็นคุณสมบัติที่พิเศษกว่าปกติ
และยังมีพลังการรับส่งโทรจิตที่มากมายไปจากผู้อื่น
จงมองลึกเข้าในใจของคุณ
และใช้ประโยชน์จากพลังจิตที่คุณมีอยู่ให้ได้มากที่สุด


CosZ MosS : ได้Dอะ T^T

ข้อสอบแบบกวนๆ

0 ความคิดเห็น
วิชาดนตรี

1.สำหรับการขับร้องประสานเสียง โดยทั่วไปจะมีหมู่ขับร้องที่ใช้อยู่คือหมู่ขับร้อง ประสานเสียง 4 แนว ได้แก่ แนว โซปราโน และแนว อาลโต ซึ่งจะเป็นผู้หญิงร้อง และ แนว เตเนอร์ กับ เบส เป็นหมู่ขับร้องชาย ถ้าเป็นหมู่ขับร้องชายล้วน มีชื่อว่า "MALE CHOIR" ประกอบด้วยแนว เตเนอร์ 1 เตเนอร์ 2 และ แนว เบส ถ้าเป็นหมู่ขับร้องหญิงล้วน มีชื่อว่า "FEMALE CHOIR" ประกอบด้วยแนว โซปราโน เมซโซ โซปราโน และแนว อาลโต.....ขอถามว่าคุณชอบคัยที่สุดในดงบัง


2.จงยกตัวอย่างผลงานของเฟรเดริก ฟรองซัว โชแปง


3.ให้นักเรียนร้อง
เพลงช้างพร้อมตบมือประกอบจังหวะ
(นักเรียนสามารถขอไมค์หรือเครื่องเคาะจังหวะจากอาจารย์คุมสอบได้)


4.เครื่องดนตรีไทยชนิดใดที่เล่นโดยวิธีการเคาะ
ก.หม้อ
ข.ไห
ค.กะละมัง

5.ให้เลือกทำเพียงข้อเดียว


ก.ตัวโน๊ต ตัวที่ 17452846 ของ
เพลงHappy birthday คือเสียงใด

ข.หากนักเรียนทำข้อแรกไม่ถูก ก็ไม่ต้องทำ


คำถามข้อพิเศษ

อยากให้คัยมาสอนวิชาดนตรี *-* (ตอบได้มากกว่า 1 คน)


(ปล.สำหรับข้อ 2. ผู้ออกข้อสอบได้เล็งเห็นแล้วว่า นักเรียนส่วนมาก100% ไม่สามาถ ตอบคำถามในข้อนี้ได้ จึงถือว่านักเรียนไม่ต้องตอบในข้อนั้น)



วิชาภาษาไทย
ให้นักเรียนเลือกทำข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้


ก) จงแต่งกลอนพรรณนาความงามของตอม่อทางด่วน "โฮปเวล" ด้วยภาษาไทยวิบัติ ?

หรือ

ข) จงต่อเติมสุภาษิตต่อไปนี้ให้ถูกต้องตามหลักทำนองคลองธรรม

ข้อ 1 ลูกผู้ชาย ฆ่าได้…

ก …ฝังให้ด้วย
ข …ก็ฆ่าไป
ค …หยามไม่ได้

ข้อ 2 อัฐยาย…

ก … ซื้อขนมยาย
ข …แล้วฉกขนมมา (เลวบัดซบ )
ค …ให้ตากลัว

ข้อ 3 น้ำมาปลากินมด น้ำลด…

ก …ตอผุด
ข …กระหน่ำซัมเมอร์เซล
ค …ให้รีบตัก
ง …มดกินปลา

ข้อ 4 น้ำท่วมทุ่ง…

ก …ผักบุ้งโหลงเหลง
ข …ผักบุ้งไฟแดง
ค …ให้รีบตัก
ง … ข้าวสาลี แล้วบู้มม!! กลายเป็นโกโก้คั้น

ข้อ 5 ช้างตายทั้งตัว…

ก …และหัวใจ (อ้วกก)
ข …อย่าเสียผั-วให้ใคร
ค …เอาใบบัวมาปิดไม่มิด

ข้อ 6 เห็นช้างขี้…

ก …จับตั๊กแตน
ข …คี่ตามช้าง
ค …ดีกว่าช้างตด
ง …ให้รีบตัก

ข้อ 7 ใจดี…

ก …หามจั่ว ใจชั่วหามเสา
ข …สู้เสือ
ค …กินด่าง
ง …จังเล้ยย

ข้อ 8 ไม่เห็นน้ำ ตัดกระบอก…

ก …แล้วเอาไปขายร้านข้าวหลามหนองมน
ข …ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา
ค …ไม่เห็นกระรอก โก่งหน้าไม้

ข้อ 9 วัวหาย…

ก …ทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่มิด
ข …ไปไหนฟะ
ค …ควายหด
ง …ล้อมคอก

ข้อ 10 รักวัวให้ผูก รักลูก…

ก …ให้ถูกทาง
ข …หามเสา
ค …ให้ตี
ง …กินด่าง



วิชาคณิต

จงตอบคำถามต่อไปนี้


1.หากนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนของ คุณบุญกึ่ม ณ หนองโคก มาลบออกจาก
เลขบัญชีธนาคารของนาย สมตุ๋ย ลุยถั่วดำ ยกกำลังด้วยเลขบัตรนักศึกษาของ
นายบักปื๊ด บ้านบักเป็ด จะได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไร?

2.จงขอเบอร์นักเรียนหญิงที่น่ารักๆ มาอย่างน้อย 10 รายชื่อ?
(หมายเหตุ: คะแนนจะแปรผันตามปริมาณเบอร์โทรศัพท์ความน่ารัก…)
(หมายเหตุ2 :ในกรณีที่เป็นผู้หญิง ถ้ามั่นใจว่าน่ารัก
สามารถใส่เบอร์ตัวเองได้เช่นกัน )
(หมายเหตุ3: หากใส่เบอร์กระเทยมา จะถูกปรับตกทันที)

3.นักเรียนคิดว่า ……หวยงวดต่อไปจะออกเลขอะไร ?
(หมายเหตุ : อนุญาตให้ขูดโต๊ะ เก้าอี้ ผนังห้อง หัวคนข้างหน้า … หรือเข้าทรง
ได้ตามอัธยาศัย
(หมายเหตุ 2:ถ้าใครถนัดฝันเป็นเลขเด็ด สามารถยกมือขอหมอนจากอาจารย์คุมสอบได้)

วิชาสังคม

1.จงคิดนโยบายสร้างภาพ ขายฝันให้กับประชาชน
…เพื่อใช้ในการหาเสียงในการลงสมัครรับเลือก ส.ส. ให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด?
(หมายเหตุ: อนุญาตให้ซื้อเสียง แจกเงิน ปล่อยข่าวลือ หรือ ก่อม็อบ
ประกอบไปด้วยได้ตามอัธยาศัย )

2.พฤษภาทมิฬ หรือ Black may
เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนเคลื่อนไหวประท้วงอำนาจเผด็จการโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
(รสช.) ระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2535
ที่นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดบนท้องถนน และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากเหตุการณ์รัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534
หรือ 1 ปีก่อนหน้าการประท้วง ซึ่ง รสช. ได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล
ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น
โดยให้เหตุผลหลักว่ามีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างหนักในรัฐบาล
อยากทราบว่าคำว่า พฤษภาทมิฬ นั้นอ่านออกเสียงได้กี่พยางค์?

3. ครูสังคมกับครูคณิตศาสตร์ ใครหล่อกว่ากัน?


วิชา อังกฤษ

จงแปลประโยคสนทนาต่อไปนี้ให้เป็นภาษาไทย

1. Come on, man!!

A มานี่อย่างลูกผู้ชาย
B มาบนผู้ชาย
C มาเลย หมาน
D มาเลย เพื่อน

2.Can you finish all of them?

A กระป๋อง.. คุณเสร็จพวกมันแล้ว
B ความสามารถของคุณ จะสำเร็จทั้งหมดของมันหรือ?
C คุณจัดการให้เสร็จเลยได้มั๊ย?

4 Shut up, baby

A หุบปากซะที่รัก
B ปิดประตูซะเด็กน้อย
C ปิดข้างบนที่ตุ๊กตาบาบี้

5 Honey , I've had a crush on you since high school

A คุณน้ำผึ้ง ผมชนคุณในสมัยโรงเรียนมัธยม
B ที่รัก, ฉันทำให้เธอเสียรูปทรงที่โรงเรียนเมื่อยังสูง
C ที่รัก ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่สมัยม.ต้น

6 May the Force be with you

A ขอพลังจงอยู่กับตัวเจ้า
B บางทีพลังแห่งผึ้งอาจอยู่กับคุณ
C แรงแห่งพฤษภาจะอยู่กับคุณ

7 Don't worry, I got your back cover

A อย่าห่วง ฉันจะคุ้มกันหลังให้เอง
B อย่ากังวลฉันเลย เอาปกสีดำเถอะ
C ไม่กังวลฉันเอาหลังของคุณ

8 Oh man!! What the hell is this?
A โอ้ มนุษย์อุจจาระ นรกคืออะไร?
B โอ้ ขี้คนผู้ชายอะไรนรกคือสิ่งนี้?
C บัดซบแล้วเพื่อน นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย?

9 Hey…Give me a break man !!

A เฮ้ย ให้มันแตกหักกันไปเลยดีกว่า !!
B เฮ่…ให้ฉันได้พักก่อนสิวะเพื่อน
C ให้ฉันได้เป็นมนุษย์แตกหัก!!

10 Oh mother damn! She shot at you with her eye close

A โอ้สาบแช่งแม่เธอยิงประตูด้วยตาของเธอที่ถูกปิดที่คุณ
B โอ มารดาแห่งเขื่อน เธอถ่ายรูปที่คุณดวงตาด้วยตาที่ใกล้ (ซะดะโกะเรอะ!!)
C mangเอ๊ยย…เธอยิงคุณทั้งๆที่หลับตาอยู่



วิชาฟิสิกส์

จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. ชายคนหนึ่งทำการทดลองทางฟิสิกส์ด้วยการโดดร่มจากตึกสูง 150 ชั้น
ซึ่งมีความสูงชั้นละ 2. 5 เมตร
โดยให้เพื่อนของเขาสังเกตุการณ์อยู่ที่ริมหน้าต่างชั้น 18
โดยที่หน้าต่างมีความสูง 1.2 เมตร
หากช่วงเวลานั้นมีแรงลมจากทางทิศเหนือที่พัดมาปะทะตึก 150 Pa
และความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 18% เมื่อชายคนนั้นลอยอยู่เหนือพื้น 70 เมตร
ปรากฎว่ามีแรงพยุงจากร่มชูชีพ 30 Pa
แต่เมื่อชายคนนั้นลอยเหนือพื้น 40 เมตร ร่มชูชีพเกิดขาดด้วยแรงเฉือน (Shear
force) 32 kN ชายคนนั้นจึงตกลงมากระทบพื้นด้วยคุณภาพเสียง 70 dB ………….
อยากทราบว่า ใครจะเป็นเจ้าภาพงานศพ??
(กำหนดให้แรง g = 9.8 N และอุณหภูมิขณะนั้นเป็น 20 ํc)
(มันจะกำหนดแรงมาเพื่อ)

2. การปลดปล่อยสวัสดิกะของเหล่ายมทูต อาศัยหลักฟิสิกส์อะไรบ้าง?
มีหน่วยวัดปริมาณอะไร? และแตกต่างจากการปล่อยพลังคลื่นเต่าของโงกุนอย่างไร?

3. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ เป็นที่ทฤษฏีที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยนักฟิสิกส์ชื่อดัง
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อยากทราบว่า พ่อตาของไอน์สไตน์มีชื่อว่าอะไร?


วิชาเคมี

จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.อยากทราบว่า เคมีอาจารย์อุ๊ กับ วุ้นคุณอุ๊ เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

2.ถ้าเอาน้ำยาล้างจาน “บรรไล” 3 mg
ผสมกับผงซักฟอกแอทแทคสูตรทะลุทะลวงทุกอณูผ้า12 mg
จากนั้นเติมไซยาไนท์เข้มข้นบัดซบลงไป แล้วเหยาะด้วย น้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อ
“เซ็งเป็ด” 4 mg สูตรขจัดคราบตามลงไป คนให้เข้ากันจนได้ที่ ตั้งทิ้งไว้ 3 นาที
อยากทราบว่าสารเคมีที่ได้รับจะมีรสชาติอย่างไร?
( หมายเหตุ : อนุญาตให้นักเรียนลองชิมดูได้ตามอัธยาศัย)
(หมายเหตุ 2: นักเรียนสามารถสั่งจองโรงพยาบาล และวัด ได้ที่อาจารย์คุมสอบ )

3. นักเคมีคนใดที่เป็นแฟนพันธุ์แท้อย่างเหนียวแน่นของทีมลิเวอร์พูล
จนถึงขนาดมีลายเซ็นครบทุกคน ? และในยุคสมัยของ นักเคมีคนนั้น
ลิเวอร์พูลมีกัปตันทีมชื่ออะไร? ได้ถ้วยอะไรบ้าง?


วิชาชีวะ

จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.จงสรุปเนื้อหาชีวะที่เรียนมาตั้งแต่ ม 3- ม 6 มาพอสังเขป ?? (อนุญาตให้เขียนได้ไม่เกิน 2 บรรทัด )

2.เพราะเหตุใด Resident evil ถึงมีชื่อภาษาไทยว่า ผีชีวะ? ( ทำไมไม่เป็น..
ผีฟิสิกส์…ผีสุขศึกษา… ผีพละ?) จงอธิบายมาโดยละเอียด พร้อมทั้งยกเหตุผลประกอบ

3.อยากทราบว่า โจโคโบะอยู่ใน phylum อะไร? class อะไร? subclass อะไร? Order อะไร ? Species อะไร? และหากขาของโครโมโซมคู่ที่ 22
ขาดหายไปจะทำให้เกิดอาการผิดปกติอย่างไร